รีเซต

โอกาสของ "ประเทศไทย"​ ในกลุ่ม BRICS

โอกาสของ "ประเทศไทย"​ ในกลุ่ม BRICS
TNN ช่อง16
8 กันยายน 2569 ( 18:47 )

ประเทศไทยเข้าเป็น ประเทศหุ้นส่วน หรือ Partner Country ของ BRICS อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2025 หลังจากมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผ่านกลไก BRICS Plus มาตั้งแต่ปี 2017

สถานะดังกล่าวทำให้ไทยสามารถเข้าร่วมการประชุมและกิจกรรมบางส่วนของ BRICS และมีช่องทางในการขยายความร่วมมือกับประเทศสมาชิกและประเทศหุ้นส่วนได้มากขึ้น

แล้ว BRICS สร้างโอกาสอะไรให้ประเทศไทย?

การเป็นประเทศหุ้นส่วน BRICS ไม่ได้หมายความว่าไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าโดยอัตโนมัติ เพราะ BRICS ไม่ใช่เขตการค้าเสรี และการเข้าร่วมไม่ได้ทำให้ภาษีนำเข้าระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกถูกยกเลิกทันที

ดังนั้น ประโยชน์สำคัญของไทยจึงอยู่ที่ การเพิ่มช่องทางและกลไกในการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ กับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่


1. เพิ่มโอกาสทางการค้า และกระจายตลาดส่งออก

BRICS รวมประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีนและอินเดีย รวมถึงตลาดเกิดใหม่ในตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชีย และลาตินอเมริกา

สำหรับไทย นั่นหมายถึงโอกาสในการ กระจายตลาดส่งออก และลดการพึ่งพาตลาดหลักเพียงไม่กี่แห่ง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า มาตรการกีดกันทางการค้า และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

การมีเวที BRICS เพิ่มขึ้นจึงไม่ได้สร้างตลาดใหม่ขึ้นมาจากศูนย์ แต่สามารถช่วย เพิ่มช่องทางให้ภาครัฐและภาคธุรกิจไทยเข้าถึงตลาดเหล่านี้ได้มากขึ้น


2.ดึงดูดการลงทุนจากประเทศ BRICS 

หลายประเทศใน BRICS เป็นแหล่งเงินทุนและนักลงทุนต่างประเทศที่สำคัญ ตั้งแต่จีน อินเดีย ไปจนถึง UAE และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่น ๆ

ไทยสามารถใช้ความสัมพันธ์ในกรอบ BRICS เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการยกระดับ เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมอาหาร และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดึงเงินลงทุนเข้าสู่ไทย แต่ยังสามารถช่วยเปิดช่องให้ธุรกิจไทยออกไปลงทุนในตลาด BRICS โดยเฉพาะตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้


3. โอกาสด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

อีกหนึ่งพื้นที่ที่ไทยให้ความสำคัญคือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ประเทศสมาชิก BRICS หลายประเทศมีความสามารถในสาขาที่แตกต่างกัน เช่น จีนในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาดและการผลิต อินเดียในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและบริการดิจิทัล ขณะที่ประเทศตะวันออกกลางกำลังลงทุนอย่างมากใน AI พลังงานใหม่ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต

การเข้าร่วมโครงการและเครือข่ายภายใต้ BRICS จึงสามารถเปิดโอกาสให้ไทยเพิ่มความร่วมมือด้าน การวิจัย การพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

รัฐบาลไทยเองได้กำหนดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นหนึ่งในสาขาที่เห็นว่ามีศักยภาพในการขยายความร่วมมือภายใต้ BRICS


4. การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงระดับประชาชน

การท่องเที่ยวเป็นอีกสาขาที่ไทยสามารถได้รับประโยชน์โดยตรง

ประเทศ BRICS หลายแห่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความสำคัญต่อไทยอยู่แล้ว โดยเฉพาะจีน อินเดีย และรัสเซีย ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางมีศักยภาพในกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

การเพิ่มความร่วมมือด้านการบิน การอำนวยความสะดวกในการเดินทาง การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระดับประชาชน จึงสามารถต่อยอดอุตสาหกรรมบริการของไทยได้

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถใช้จุดแข็งด้าน Medical and Wellness Tourism อาหาร วัฒนธรรม และ Soft Power เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในประเทศ BRICS ได้มากขึ้น


5. เพิ่มทางเลือกด้านการเงินและการพัฒนา

BRICS ยังมีกลไกทางการเงินของตัวเอง โดยเฉพาะ New Development Bank หรือ NDB ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในระยะยาว หากไทยยกระดับการมีส่วนร่วมกับกลไกทางการเงินของ BRICS ก็อาจเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงเงินทุนเพื่อการพัฒนา นอกเหนือจากสถาบันการเงินพหุภาคีที่ไทยมีความสัมพันธ์อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ส่วนนี้ไม่ควรถูกตีความว่าไทยสามารถเข้าถึงเงินทุนของ NDB ได้โดยอัตโนมัติเพียงเพราะเป็น Partner Country เพราะสถานะประเทศหุ้นส่วน BRICS กับสมาชิกของ NDB เป็นคนละเรื่องกัน

ความสำคัญจึงอยู่ที่การเปิด “ทางเลือก” เพิ่มเติมในอนาคต มากกว่าการเข้ามาแทนที่ระบบการเงินที่ไทยใช้อยู่ในปัจจุบัน


6. ไทยเป็นประตูเชื่อม BRICS กับอาเซียน

อีกหนึ่งโอกาสที่ไม่ได้อยู่ในรูปของตัวเลขการค้าโดยตรง คือ บทบาททางยุทธศาสตร์ของไทย

ไทยเป็นสมาชิกอาเซียน ขณะเดียวกันยังอยู่ใน APEC, BIMSTEC และ ACD และปัจจุบันมีสถานะเป็นประเทศหุ้นส่วน BRICS

ทำให้ไทยสามารถวางบทบาทตัวเองเป็นหนึ่งในประเทศที่เชื่อมโยง BRICS กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้

รัฐบาลไทยประกาศแล้วว่า เมื่อไทยรับตำแหน่ง ประธานอาเซียนในปี 2028 ไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง ASEAN และ BRICS เพื่อผลักดันความร่วมมือเชิงปฏิบัติระหว่างสองกลุ่ม

หากทำได้จริง บทบาทดังกล่าวจะเพิ่มน้ำหนักของไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในประเด็นการค้า การลงทุน ความเชื่อมโยง เศรษฐกิจดิจิทัล ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน รวมถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง