วงการสะเทือน! หมูตายยกฟาร์มโดยไร้สาเหตุ คาดติดเชื้อไวรัส คาดเสียหายนับหมื่นล. โอดไร้หน่วยงานเหลียวแล

วงการสะเทือน! หมูตายยกฟาร์มโดยไร้สาเหตุ คาดติดเชื้อไวรัส คาดเสียหายนับหมื่นล. โอดไร้หน่วยงานเหลียวแล
มติชน
29 มิถุนายน 2564 ( 17:25 )
39
วงการสะเทือน! หมูตายยกฟาร์มโดยไร้สาเหตุ คาดติดเชื้อไวรัส คาดเสียหายนับหมื่นล. โอดไร้หน่วยงานเหลียวแล

วงการสะเทือน! หมูตายยกฟาร์มโดยไร้สาเหตุ คาดติดเชื้อไวรัส ไข้สูง เนื้อสีคล้ำ เลือดออกทวารคาดเสียหายนับหมื่นล. โอดไร้หน่วยงานเหลียวแล

 

 

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน แหล่งข่าวจากกรมปศุสัตว์เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไม่ทราบชนิด มีลักษณะคล้ายกับไวรัส AFS เข้าระบาดในหมู โดยหมูจะมีอาการเป็นไข้สูง ตัวแดง ต่อมาก็จะมีสีคล้ำ จากนั้นมีเลือดออกทางปากทางจมูก และทวารหนัก หลังจากนั้นได้ตายลง โดยการระบาดเริ่มมาจาก จ.สระแก้ว และได้ลุกลามเข้ามาในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และกำลังจะแพร่ระบาดเข้าสู่ จ.ระยอง ทำให้หมูตายลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่บางแห่งตายยกฟาร์ม ทำให้ขาดทุน 400-500 ล้านบาท

 

 

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า การแพร่ระบาดไวรัสหมูครั้งนี้ ยังไม่มีวัคซีนรักษาหายได้ เนื่องจากเกิดภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ต้องไปพัฒนาเกี่ยวกับการรักษาไวรัสโควิด-19 จึงได้ละเลยเกี่ยวกับวัคซีนแก้ปัญหาหมูตาย ประกอบกับหากมีข่าวการแพร่ระบาดไวรัสหมูออกไป อาจจะส่งผลกระทบต่อการค้าขายหมูในประเทศและต่างประเทศ

 

 

 

 

“ขณะนี้ต้องยอมรับว่าปริมาณหมูเลี้ยงในตลาดลดลงมา เนื่องจากมีการตายสูงกล่าวง่ายๆ คือตายยกเล้า และไม่สามารถเลี้ยงในที่เดิมได้ เพราะไวรัสจะมีการฝังตัวในดินประมาณ 2 ปี หากนำหมูไปเลี้ยงก็จะเกิดโรคอีก ทำให้หมูตายเหมือนเดิม” แหล่งข่าวกล่าวและว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูประสบปัญหาการขาดทุนอย่างมากมาย หากเป็นผู้เลี้ยงรายย่อย จะขาดทุนนับล้านบาท ที่สำคัญทำให้เกิดปัญหาหนี้สินที่กู้ยืมมาลงทุน ไม่สามารถใช้หนี้สินได้ ที่สำคัญธนาคารไม่ปล่อยเงินกู้ให้มาลงทุน ทำให้วงจรของผู้เลี้ยงหมูรายย่อยจะหดขายไปในอนาคต

 

 

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า เรื่องนี้อยากให้รัฐบาลออกมารับผิดชอบ เพราะไม่เช่นนั้นหากไม่มีการประกาศว่ามีไวรัสหมูเกิดการระบาด เกษตรกรผู้เลี้ยงไม่สามารถได้รับเงินชดเชยได้ จึงอยากให้หน่วยงานออกมายอมรับความจริง การเกิดโรคระบาดในหมู และออกประกาศในเรื่องภัยพิบัติ จะทำให้เกษตรกรสามารถได้รับเงินชดเชย นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการงดการชำระหนี้ให้ชั่วคราว พร้อมทั้งเปิดให้กู้เพื่อเกิดการลงทุนใหม่ หากรัฐบาลไม่สนใจปัญหาที่จะเกิดตามมาอีก 3-4 เดือนข้างหน้า เนื้อหมูอาจจะมีราคาแพงขึ้น หรือไม่ก็ต้องนำหมูต่างประเทศเข้ามาบริโภคภายในประเทศ

 

 

 

 

“หากคิดคำนวณง่ายๆ แม่หมูในประเทศไทยมีประมาณ 1 ล้านตัว เจอไวรัสทำให้ตายไปประมาณครึ่งหนึ่ง เหลือแม่หมูประมาณ 5 แสนตัว หากคิดตัวละ 8,000 บาท จะส่งผลให้วงจรผู้เลี้ยงหมูเสียหายไปถึง 4 หมื่นล้านบาท ยังไม่นับรวมหมูขุนที่ตายลงเป็นจำนวนมาก หากคิดรวมเข้าไปแล้วความเสียหายนับแสนล้านบาท” แหล่งข่าวกล่าวและว่า เชื่อว่าในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดดีขึ้น ประชาชนออกมาใช้จ่ายตามปกติ จะส่งผลให้เนื้อหมูมีราคาแพงขึ้นอย่างมากมาย เนื้อหมูอาจจะราคาสูงถึงกิโลกรัม 200 บาท ที่สำคัญอาจจะไม่มีหมูบริโภคภายในประเทศอีกด้วย

 

 

จากการตรวจสอบเบื้องต้น อาทิเช่น จ.ฉะเชิงเทรา มีฟาร์มประมาณ 300-400 แห่ง ขณะนี้เหลือฟาร์มเลี้ยงหมู 30-40 แห่ง ที่ จ.ชลบุรี มีฟาร์มเลี้ยงหมูประมาณ 300 แห่ง เหลือฟาร์มที่เลี้ยงหมูประมาณ 40 แห่ง จ.ระยอง มีฟาร์มเลี้ยงหมู 40-50 แห่งขณะนี้กำลังเกิดไวรัสระบาดอย่างหนักเช่นกัน

 

 

 

 

จากการสอบถามผู้เลี้ยงหมูรายหนึ่งกล่าวว่า ตนเองเลี้ยงหมูขุนไว้ประมาณ 1,200 ตัว ได้เกิดโรคระบาดโดยไม่รู้สาเหตุ ทำให้หมูตายยกเล้าไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว ประสบปัญหาการขาดทุนประมาณ 12 ล้านบาท ทำให้มีหนี้มีสินจำนวนมาก จะไปขอกู้เงินเพื่อเลี้ยงหมูใหม่ก็ไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่เยียวยา ไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร จึงอยากจะฝากถึงรัฐบาลน่าจะออกมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู โดยระงับการชำระหนี้ชั่วคราว และหาแหล่งเงินกู้มาลงทุนใหม่ เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูอยู่ได้

บทความน่าสนใจอื่นๆ

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง