แล้งฆ่าวัว น้ำท่วมคร่าคน โลกร้อนถล่มแอฟริกาใต้ไม่หยุด

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ภัยแล้งรุนแรงขึ้นในจังหวัดหนึ่งของแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีทั้งไร่องุ่น ชายหาด และภูเขาอย่าง Table Mountain ที่ตั้งตระหง่านเหนือเมือง Cape Town แต่ในขณะเดียวกัน พื้นที่นี้กลับตั้งอยู่ใกล้ขอบเขตกึ่งทะเลทราย Karoo ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ภัยแล้งในปี 2015 เคยเกือบทำให้เมืองเคปทาวน์ต้องเผชิญ “Day Zero” หรือวันที่น้ำประปาอาจหมดลง แต่เกษตรกรในพื้นที่ยืนยันว่า ภัยแล้งครั้งล่าสุดกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อสิบปีก่อน
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คู่สามีภรรยาเกษตรกร คริสเตียน และอิลเซ เพียนาร์ ต้องแจกจ่ายอาหารสัตว์เพื่อประคองชีวิตฝูงวัวที่กำลังอดอยาก วัวหนึ่งตัวเพิ่งตายจากความหิวโหยจนเห็นกระดูกโผล่ผ่านผิวหนัง อิลเซวัย 40 ปีเผยกับ Reuters ว่า ภัยแล้งครั้งก่อนยังพอมีหญ้าให้สัตว์กิน แต่ครั้งนี้ “ไม่มีอะไรเหลือเลย เขื่อนแห้งหมด และเราต้องใช้เงินทั้งหมดไปกับการซื้ออาหารสัตว์”
เพียงตั้งแต่เดือนมกราคม เธอสูญเสียวัวไปแล้ว 16 ตัว และแกะอีก 13 ตัว สถานการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่นี้ แต่ยังลุกลามไปยังจังหวัด Eastern Cape และ Northern Cape ด้วย
ที่น่ากังวลคือ ภัยแล้งครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนกว่า 200 คน เหตุการณ์น้ำท่วมดังกล่าวถูกเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวัฏจักรลานีญา
Anton Cartwright นักเศรษฐศาสตร์จาก African Centre for Cities ระบุว่า ทั้งความรุนแรงและระยะเวลาของภัยแล้งและน้ำท่วมในภูมิภาคนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แม้เกษตรกรจะปรับตัวเก่งเพียงใด แต่สภาพอากาศกลับ “คาดเดาไม่ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ” ฤดูกาลไม่เริ่มและสิ้นสุดตามช่วงเวลาเดิม และแนวโน้มในอนาคตอาจยิ่งเลวร้ายลง
ภัยแล้งรุนแรงในแอฟริกาใต้สะท้อนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงและคาดเดาได้ยากขึ้น เกษตรกรต้องเผชิญความสูญเสียทั้งสัตว์เลี้ยง รายได้ และความมั่นคงทางอาหาร เหตุการณ์น้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดสลับกันบ่อยขึ้นเป็นสัญญาณชัดว่า สภาพอากาศในภูมิภาคนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และอนาคตอาจยิ่งท้าทายมากกว่าเดิม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
