รีเซต

PTTGC เผยปี 66 พลิกมีกำไร 999.13 ลบ. จากขาดทุน 8.75 พันลบ.ในปี 65

PTTGC เผยปี 66 พลิกมีกำไร 999.13 ลบ. จากขาดทุน 8.75 พันลบ.ในปี 65
ทันหุ้น
12 กุมภาพันธ์ 2567 ( 17:56 )
31
PTTGC เผยปี 66 พลิกมีกำไร 999.13 ลบ. จากขาดทุน 8.75 พันลบ.ในปี 65

#PTTGC #ทันหุ้น-บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ PTTGC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ในปี 2566 มีกำไร 999.13 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ขาดทุน 8,752.21 ล้านบาท โดยในปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 616,635 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 9% จากราคาผลิตภัณฑ์ กลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมีปรับลดลงในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก 

 

อย่างไรก็ตามในด้านปริมาณการขายธุรกิจโรงกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่ปี 2565 เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ในไตรมาส 4 ปี 2565ในขณะที่ปี 2566ไม่มีปิดซ่อมบำรุง ทำให้ปริมาณการขายปี 2566 ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนในปีก่อนหน้า ในขณะที่ปี 2565 มีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศยูเครนซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ท าให้ราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในปี2565 ปรับสูงขึ้นกว่าปกติ

 

โดยในปี 2566บริษัทฯ มี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 40,007 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 19% จากปีก่อนหน้า ตามทิศทางส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีส่วนใหญ่ที่ปรับลดลงโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นกลางและกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากก าลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาเป็นจ านวนมากในปี 2566รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว

 

**ขาดทุนจากดำเนินงาน 3 พันกว่าล้าน

 

โดยในภาพรวมในปี 2566 บริษัทฯ รายงานขาดทุนจากการดำเนินงานปกติในปีนี้อยู่ที่ 3,587 ล้านบาท จากปัจจัยอุปสงค์ยังคงชะลอตัวจากสภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นและอุปทานของภาคปิโตรเคมีที่เข้ามาในระหว่างปี โดยบริษัทฯ รับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ ได้แก่ ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้า

 

คงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Loss Net NRV) รวม 2,756 ล้านบาท กำไรทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 790 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ขายหุ้นในบริษัท จีซี โลจิสติกส์ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ GCL คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,640 ล้านบาท โดยมีกำไรพิเศษที่เกี่ยวข้องจากรายการนี้ (รวมกำไรจากการตีมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนที่เหลือใน GCL) เป็นจำนวน 4,017 ล้านบาท 

 

นอกจากนี้บริษัทฯยังดำเนินการลดภาระหนี้สินทางการเงินด้วยการซื้อหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐฯ โดยมีกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ดังกล่าวจำนวน 1,890 ล้านบาท การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้มีปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการนอกเหนือจากการด าเนินงานตามปกติของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากเงินลงทุนที่รับรู้ในปีนี้จำนวน 725 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าเนื่องจากผลประกอบการของธุรกิจปิโตรเคมีที่อ่อนตัวลงในปีนี้ 

 

**งบ Q4/66 มีกำไรพิเศษหนุน

 

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4/66 มีกำไรสุทธิ 5,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 200% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 678 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ที่มีกำไร 1,427 ล้านบาท โดยมีการบันทึกรายการพิเศษ โดยหลักจากรายการปรับมูลค่าเงินลงทุนของบริษัท ไทยแทงค์เทอมินอล จำกัด หลังการประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนที่เหลืออยู่เสร็จสิ้น 518 ล้านบาทเป็นสำคัญ 

 

ในไตรมาส 4/66 มีรายได้จากการขายรวม 162,264 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาส 3/66 และเพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากปริมาณการขายในภาพรวมปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับโรงกลั่นใช้อัตราการผลิตเต็มกำลังการผลิต ในขณะที่ไตรมาส 4/65 มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน อย่างไรก็ตามอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ยังคงอ่อนตัวจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ยังคงไม่ฟื้นตัวรวมถึงอุปทานส่วนเกินซึ่งเกิดจากกำลังการผลิตใหม่ขนาดใหญ่เข้ามาในช่วงปี 2566

 

ไตรมาส 4/66 บริษัทฯ รายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 11,335 ล้านบาทปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 8%โดยหลักจากธุรกิจโรงกลั่นที่มีค่าการกลั่นที่ปรับตัวลดลงซึ่งค่าการกลั่นเฉลี่ยของไตรมาส 4/66 อยู่ที่ 9.0 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล นอกจากนี้ในขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์ปรับตัวดีขึ้นจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นหลังจากการหยุดซ่อมบำรุงในช่วงไตรมาส 3/66ของโรงอะโรเมติกส์แห่งที่ 2 และส่วนต่างผลิตภัณฑ์เบนซีนและส่วนต่างผลิตภัณฑ์พลอยได้ปรับตัวดีขึ้นเป็นหลัก

 

ทั้งนี้ในไตรมาส 4/66 มีผลขาดทุนจากการด าเนินงานปกติ จำนวน 1,949 ล้านบาท โดยบริษัทฯรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ ได้แก่ ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและรายการการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Loss Net NRV) รวม 2,413 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง 831ล้านบาท กำไรทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและผลกำไรจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวมเป็น 2,288 ล้านบาท 

 

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน GCL เพื่อสร้างพันธมิตรร่วมกันพัฒนารูปแบบโครงสร้างทางธุรกิจที่ช่วยส่งเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจโดยการขายหุ้น GCL สัดส่วน 50% ให้กับกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ซึ่งรายการดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,640 ล้านบาท โดยมีกำไรพิเศษที่เกี่ยวข้องจากรายการนี้เป็นจำนวน 4,017 ล้านบาท 

 

**คาดการณ์แนวโน้มกลุ่มธุรกิจปี 67 

 

บริษัทฯ คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบในปี2567อยู่ที่เฉลี่ย 75-85เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยยังมีความกดดันของภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า รวมถึงความไม่แน่นอนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศจีน ซึ่งส่งผลต่อความกังวลต่อการชะลอตัวของความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่ด้านอุปทานคาดการณ์กลุ่มโอเปกและพันธมิตร (โอเปกพลัส) ยังคงควบคุมกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสมดุลของตลาด 

 

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ความตึงตัวของอุปทานจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของประเทศนอกกลุ่มโอเปก เช่นสหรัฐฯ บราซิล หรืออิหร่านและเวเนซุเอล่า

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของโรงกลั่น บริษัทฯ คาดว่าสถานการณ์ราคาและส่วนต่างราคาของผลิตภัณฑ์ในปี 2567 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากในปี2566 เนื่องจากปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลพวงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับสูง และเป็นปัจจัยกดดันต่ออุปสงค์ท าให้ชะลอตัวลงขณะที่อุปทานของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมมีแนวโน้มสูงขึ้นโดยบริษัทฯคาดการณ์ว่าส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลกับน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยจะอยู่ที่15-19เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนต่างราคาน้ำมันเตากำมะถันต่ำ (Low Sulfur Fuel Oil: LSFO) กับน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ที่ 9-12เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนต่างราคาน้ำมันแก๊ซโซลีนกับน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยจะอยู่ที่ 14-18เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล 

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการยังคงบริหารจัดการรูปแบบการผลิต และสัญญาขายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการการจัดหาน้ำมันดิบในการผลิตและส่วนต่างราคาของผลิตภัณฑ์ให้มีความเหมาะสม โดยบริษัทฯ คาดการณ์อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงกลั่นในปี2567อยู่ที่ร้อยละ 101%

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง