รีเซต

"นิโคลัส มาดูโร" จากคนขับรถ สู่ผู้นำเวเนซุเอลา และนักโทษก่อการร้ายยาเสพติดในสหรัฐฯ

"นิโคลัส มาดูโร" จากคนขับรถ สู่ผู้นำเวเนซุเอลา และนักโทษก่อการร้ายยาเสพติดในสหรัฐฯ
TNN ช่อง16
4 มกราคม 2569 ( 15:41 )
15

◾️◾️◾️

🔴 เส้นทางสู่เก้าอี้ผู้นำและทายาทของ "อูโก ชาเบซ"

 มาดูโรเริ่มเข้าสู่แวดวงการเมืองเมื่อ 40 ปีที่แล้ว โดยปี 1986 เขาเดินทางไปยังคิวบา เพื่อศึกษาเรื่องอุดมการณ์เป็นเวลากว่าหนึ่งปี และถือเป็นการศึกษาแบบทางการเดียวของเขาหลังจบชั้นมัธยม เมื่อกลับประเทศ มาดูโรทำงานเป็นคนขับรถโดยสารกรุงการากัส และได้กลายเป็นผู้นำสหภาพแรงงาน

 ในช่วงทศวรรษ 90 หน่วยข่าวกรองเวเนซุเอลาเคยระบุว่า มาดูโรคือฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลคิวบา

 ต่อมา มาดูโรลาออกจากงาน เพื่อเข้าร่วมความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ก่อตั้งโดยอูโก ชาเบซ และเมื่อชาเบซรับตำแหน่งประธานาธิบดี มาดูโรเติบโตอย่างรวดเร็วในพรรค โดยหกปีแรก เขาทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และต่อมาได้เป็นประธานสมัชชาแห่งชาติ หลังจากนั้น ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศนาน 6 ปี และรองประธานาธิบดีอีกไม่กี่เดือน

 ก่อนชาเบซถึงแก่อสัญกรรม เขาได้แถลงต่อประชาชนครั้งสุดท้ายในปี 2013 ประกาศแต่งตั้งให้มาดูโรเป็นทายาททางการเมือง และร้องขอให้ผู้สนับสนุนของเขา เลือกมาดูโรเป็นผู้นำสืบต่อ จนท้ายสุด มาดูโรชนะการเลือกตั้งแบบเฉียดฉิว ได้เป็นประธานาธิบดีสมัยแรกระยะเวลา 6 ปี แต่ดูเหมือนว่า มาดูโรก็ยังไม่ได้รับความนิยมจากประชาชนมากเท่าที่ชาเบซเคยได้

 มาดูโรแต่งงานกับ ซิเลีย ฟลอเรส ซึ่งเคียงคู่เขามาเกือบสองทศวรรษ โดยมาดูโรเคยกล่าวในปี 2013 หลังชนะการเลือกตั้งว่า ฟลอเรส คือ “นักรบหมายเลขหนึ่ง” แทนที่จะเรียกเธอว่า “สตรีหมายเลขหนึ่ง” และยกย่องว่าเธอคือที่ปรึกษาคนสำคัญ

◾️◾️◾️

🔴 วิกฤตศรัทธาและการบริหารท่ามกลางซากปรักหักพัง

การปกครองภายใต้มาดูโร เต็มไปด้วยปัญหาที่ซับซ้อนทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ จนทำให้ชาวเวเนซุเอลาหลายล้านคนอยู่ในภาวะยากจน ส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 7.7 ล้านคน ย้ายถิ่นฐาน ในขณะที่ผู้คนที่ต่อต้านระบอบของเขาหลายพันคนถูกจับคุมขัง 

 ในปี 2015 พรรค United Socialist Party ของมาดูโรจ่อเสียที่นั่งในการควบคุมสมัชชาแห่งชาติเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี ทำให้มาดูโรประกาศจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญในปี 2017 เพื่อล้มเลิกอำนาจของฝ้ายตรงข้ามในสภานิติบัญญัต นำไปสู่การประท้วงต่อต้าน และการปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรงของกองทัพ จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่าหนึ่งร้อยคน และบาดเจ็บหลายพันคน จนทำให้ศาลอาญาระหว่างประเทศเปิดการสอบสวนมาดูโรและเจ้าหน้าที่รัฐบาลเวเนซุเอลา ฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการสอบสวนอย่างดำเนินอยู่มาจนถึงปี 2025 ที่ผ่านมา

 ตลอดการปกครองของมาดูโร เขาไม่สามารถยับยั้งการล่มสลายทางเศรษฐกิจได้ เงินเฟ้อสูงลิ่ว และการขาดแคลนอาหาร และเวชภัณฑ์ ส่งผลกระทบต่อประชาชน จนต้องหนีไปดายเอาดาบหน้าตามประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังมีภาพความโกลาหลของประชาชนต้องต่อแถวยาวหลายชั่วโมงเพื่อซื้อข้าวสาร ถั่ว และอาหารอื่น ๆ บางรายถึงกับต้องชกต่อยกันเพื่อแยกซื้อแป้งประกอบอาหาร

 การเลือกตั้งในปี 2018 พรรคฝ่ายค้านถูกสกัดไม่ให้เข้าร่วมการเลือกตั้ง นักการเมืองฝ่ายค้านหลายคนถูกคุมขัง หรือไม่ก็ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ ทำให้มาดูโรชนะการเลือกตั้งแบบไร้คู่แข่ง ซึ่งหลายประเทศไม่รับรองการเลือกตั้งครั้งนี้

 ทั้งนี้ ภายใต้การปกครองของมาดูโร เศรษฐกิจเวเนซุเอลาหดตัวลง 71% ระหว่างปี 2012-2020 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้น 130,000% ส่วนการผลิตน้ำมัน ซึ่งเป็นใจกลางเศรษฐกิจของประเทศ ลดต่ำเหลือน้อยกว่า 400,000 บาร์เรลต่อวัน 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์สมัยแรก ยังใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อมาดูโร พันธมิตร และบริษัทของรัฐ เพื่อกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

 ในปี 2023 รัฐบาลมาดูโร แบน มาเรีย คอรินา มาชาโด คู่แข่งคนสำคัญจากฝ่ายค้าน ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพในปีที่แล้ว ไม่ให้ลงเลือกตั้ง ขณะเดียวกับ ก็ยังจับกุมแกนนำฝ่ายค้านหลายคน  ท้ายที่สุด คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ประกาศว่ามาดูโร เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งในปี 2024  และมาดูโร เข้ารับตำแหน่งสมัยที่สาม เมื่อเดือนมกราคมปี 2025 แม้ว่าฝ่ายค้านแย้งว่า จากการนับคะแนนทางอิเล็กทรอนิก พบว่า เอ็ดมุนโด กอนซาเลซ เอาชนะทิ้งห่างมาดูโรด้วยซ้ำไป

◾️◾️◾️

🔴 ขึ้นแท่นผู้นำโลกในเรือนจำสหรัฐฯ

แม้มาดูโรจะได้ครองอำนาจต่อ แต่การกลับมาของทรัมป์ในสมัยที่สองนั้น กำลังสั่นคลอนความมั่นคงของเขา ความสัมพันธ์สหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา ตึงเครียดจนถึงจุดต่ำสุดท้ายสุด ผ่านไปเพียงปีเดียว มาดูโร จากผู้นำเผด็จการอันแข็งแกร่ง และภริยา กลับถูกสหรัฐฯ รวบตัวได้อย่างรวดเร็วในปฏิบัติการช็อคโลก Operation Absolute Resolve ช่วงข้ามคืนวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา

 ขณะเดียวกัน ยังมีข้อสงสัยด้วยว่า ด้วยค่าหัว 50 ล้านดอลลาร์ และความไม่เป็นที่นิยมของมาดูโรเองภายในประเทศ มาดูโรอาจถูกคนใกล้ชิดทรยศ ทำให้สหรัฐฯ ได้ข้อมูลที่เข้าถึงตัวมาดูโร และปิดดเกมได้อย่างรวดเร็ว

 ปฏิบัติการนี้ทำให้มาดูโรเข้าทำเนียบผู้นำประเทศที่ถูกสหรัฐฯ บุกรวบตัวในดินแดนตน ตามหลังมานูเอล โนริเอกา ผู้นำปานามา และซัดดัม ฮุสเซ็น ประธานาธิบดีอิรัก แต่เหตุการณ์ของมาดูโร จะมีความคล้ายคลึงกับผู้นำปานามาเสียมากกว่า

 ทั้งนี้ โนริเอกา คือผู้ปกครองปานามา โดยพฤตินัยระหว่างปี 1983-1989 โดยในปี 1989 สหรัฐฯได้บุกปานามาเพื่อโค่นโนริเอกา ด้วยข้ออ้างปกป้องพลเมืองอเมริกันในปานามา รวมถึงการไม่เป็นประชาธิปไตย การทุจริต และการค้ายาเสพติดของปานามา และก่อนที่จะโจมตีปานามา สหรัฐฯได้ตั้งข้อหาลักลอบขนยาเสพติดในไมอามี ต่อ โนริเอกา รอไว้แล้วในปี 1988  ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับมาดูโรในเวลานี้

 โนริเอกาถูกควบคุมตัวมาดำเนินคดีและคุมขังในสหรัฐฯจนถึงปี 2010 และถูกส่งต่อไปยังฝรั่งเศสเพื่อดำเนินคดีอื่น จนต่อมาฝรั่งเศสได้ส่งตัวเขากลับประเทศ ซึ่งเขาเสียชีวิตในเรือนจำปานามาในปี 2017

ข่าวที่เกี่ยวข้อง