รีเซต

BCP กำไรปี 66 ที่ 1.32 หมื่นลบ.โต 5% เปิดแผนธุรกิจปี 67

BCP กำไรปี 66 ที่ 1.32 หมื่นลบ.โต 5% เปิดแผนธุรกิจปี 67
ทันหุ้น
22 กุมภาพันธ์ 2567 ( 19:11 )
67
BCP กำไรปี 66 ที่ 1.32 หมื่นลบ.โต 5% เปิดแผนธุรกิจปี 67

#BCP #ทันหุ้น-บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ BCP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2566 มีกำไร 13,233 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไร 12,575 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมในปี 2566 อยู่ที่ 385,853 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

 

คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 7 มี.ค. 2567 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 6 มี.ค.2567 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในวันที่ 24 เม.ย. 2567

 

โดยจะจ่ายเมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567 แล้ว กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 ในวันที่ 7 มี.ค. 2567 กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ประจำปี 2567 ในวันที่ 11 เม.ย. 2567 เวลา 13.30 น. สถานที่ประชุม ณ ห้องใบไม้ 1-4 สำนักงานใหญ่ของบริษัท เลขที่ 2098 อาคารเอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 8 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260

 

ด้านผลดำเนินงานในไตรมาส 4/66 ขาดทุน 977 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 473 ล้านบาท 

 

โดยในปี 2566 กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน โรงกลั่นพระโขนงมีการผลิตเฉลี่ยที่  120.1 KBD คิดเป็นอัตรากำลังการผลิตที่ 100% แม้ว่ามีการปิดหน่วยการผลิตบางส่วน สำหรับการปรับปรุงน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 และโรงกลั่นศรีราชาในช่วง 1 ก.ย. – 31 ธ.ค. 66 (4 เดือน ภายหลังการเข้าซื้อหุ้น BSRC) มีกำลังการผลิตเฉลี่ยที่ 101.9 KBD แม้มีการปิดซ่อมบำรุงเป็นระยะเวลา 40 วัน (ในเดือน ก.ย. - ต.ค. 66) ซึ่งภายหลังจากปิดซ่อมบำรุง กำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและสร้างสถิติสูงสุดของปีที่143.8 KBD ในเดือนธ.ค. 2566 

 

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทบางจากมีกำลังการผลิตติดตั้ง (Nameplate Capacity) รวมอยู่ที่ 294 KBD โดยกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้นจากโรงกลั่นศรีราชาจะเข้ามาช่วยเสริมความต้องการของธุรกิจการตลาดของบางจากฯ ที่ปัจจุบันโรงกลั่นพระโขนงผลิตบางผลิตภัณฑ์ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด อย่างไรก็ดี ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวกระทบต่ออุปสงค์น้ำมัน และราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจากปีก่อน ส่งผลให้กลุ่มบริษัทบางจาก มี Inventory Loss 346 ล้านบาท (รวมขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ(NRV)) และมีค่าการกลั่นพื้นฐาน (Operating GRM) ของโรงกลั่นพระโขนงเฉลี่ยทั้งปี 2566 อ่อนตัวลง อยู่ที่ US$9.50/BBL แต่ยังคงสูงกว่าค่าการกลั่นสิงคโปร์ที่ US$6.84/BBL 

 

ขณะที่ กลุ่มธุรกิจการตลาด มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมทุกช่องทางสร้างสถิติใหม่ที่ 6,490 ล้านลิตร เติบโตถึง 9% YoY โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ลูกค้าผ่านสถานีบริการกว่า 2,219 แห่งทั่วประเทศ (รวมจำนวนสถานีบริการบางจาก และสถานีบริการเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อหุ้น BSRC) 

 

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ที่ได้ประโยชน์จากปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซลและเอทานอลที่เพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อของ BSRC นับตั้งแต่ Q4/2566

เป็นต้นมา 

 

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ มีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และมีการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีจากการเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนจาก Wintershall Dea รวมถึงการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม (Organic Growth) โดยในปี 2566 OKEA ASA (OKEA)หนึ่งในบริษัทย่อยของบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม Hasselmus เสร็จสมบูรณ์ได้ก่อนกำหนด โดยแหล่งHasselmus ตั้งอยู่ใกล้กับโครงสร้างพื้นฐานของแหล่ง Draugen ซึ่งปริมาณการผลิตจากแหล่งนี้ ถูกส่งมารวมกับปริมาณการผลิตของแหล่ง Draugen ที่ OKEA เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ส่งผลให้มีปริมาณการผลิตเฉลี่ยในปี 2566 อยู่ที่ 24.59 KBOEPD ปรับเพิ่มขึ้น46.9% YoY อีกทั้งแหล่งผลิตปิโตรเลียม Brage สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้กว่าเท่าตัว 

 

และเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 66 OKEA ได้รับโอนสิทธิ์ในแหล่งปิโตรเลียม Statfjord ในสัดส่วน 28% ทำให้กำลังการผลิตของ OKEA ในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 35-40 KBOEPD 

 

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวที่มีปริมาณการผลิตและปิโตรเลียมสำรองน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เกิดการตั้งด้อยค่าจากการลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นหลังหักภาษีแล้ว จำนวน 619 ล้านโครนนอร์เวย์ (หรือเทียบเท่า 2,040 ล้านบาท)

 

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาดมีการขยายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ4 แห่งในสหรัฐฯ (Carrol County, South Field, Hamilton Liberty &Patriot) ด้วยกำลังการผลิตรวม 857 เมกะวัตต์ และมีการขยายการลงทุนในคลังน้ำมัน ท่าเทียบเรือ และท่อขนส่งน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อสร้างรายได้จากทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขยายการลงทุนทั้งหมดเพื่อลดความผันผวนของผลการดำเนินการจากพลังงานทางเลือก และบรรเทาผลกระทบการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย 

 

**แผนธุรกิจปี 67 

 

บางจากฯ ในปี 2567 พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโต ต่อเนื่องจากการลงทุนขนาดใหญ่ในปี 2566 ซึ่งทำให้บางจากฯ มีการเติบโตของสินทรัพย์ถึง 98,084 ล้านบาท มาอยู่ที่ระดับ 340,429 ล้านบาท เป็นการเติบโตในระดับ 40% ที่ถือเป็นการก้าวกระโดดของกลุ่มบริษัทบางจาก ในปี 2567 บางจากฯ มีการรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนเต็มปี จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ลงทุนไปในปี 2566 อาทิการเข้าซื้อหุ้น BSRC และโครงการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ นอกจากจะเป็นการรับรู้เต็มปีจากการลงทุน 

 

บางจากฯ ยังมุ่งเน้นสร้างและต่อยอด Synergy จากการลงทุนในปีที่ผ่านมา โดยโรงกลั่นน้ำมันที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศ มาถึงวันนี้ที่กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันของบางจากฯ มีกำลังการผลิตติดตั้งในระดับแนวหน้าของประเทศที่ 294 KBD ซึ่งทั้งโรงกลั่นพระโขนงและศรีราชาจะดำเนินการการผลิตอย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงกลั่นศรีราชาที่จะมีอัตราการกลั่นเพิ่มขึ้นจาก 116 KBD ในปี 2566 ไปถึง 155 KBD ในปี 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ดำเนินการมา 

 

อีกทั้ง บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ในการบริหารงาน เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและสินทรัพย์ต่างๆ ที่กลุ่มบริษัทฯ มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้สร้าง Platforms for Growth อาทิ การออกแบบสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Yield) ที่เหมาะสมของกลุ่มบริษัทบางจาก เพื่อค่าการกลั่นที่สูงที่สุดของกลุ่ม (Optimized GRM) การจัดหาน้ำมันดิบร่วมกัน การขนส่งน้ำมันทางท่อ ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ (จากกรุงเทพฯไปถึงจังหวัดลำปาง) ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จากจังหวัดชลบุรี ไปถึงจังหวัดสระบุรี) รวมถึงการผสานการขนส่งทางท่อและทางเรือร่วมกัน 

 

นอกจากนี้ด้วยจำนวนสถานีบริการน้ำมันของกลุ่มบริษัทบางจากที่มีเครือข่ายครอบคลุมสูงเป็นอันดับต้นของประเทศ นำมาสู่โอกาสในการขยายร้านกาแฟ Inthanin (ปี 2567 มีเป้าหมายการขยายสาขาเพิ่ม 150 สาขา) และเป็นช่องทางจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง Furio และเพิ่มยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์พรีเมียมของบางจาก อาทิ Hi-Premium Diesel S B7 และ Hi-Premium Gasohol 97 เป็นต้น

 

 อีกทั้งในปี 2567 บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับปรับเปลี่ยนตราสัญลักษณ์บางจากที่สถานีบริการภายใต้การดำเนินงานของ BSRC เป็น “ใบไม้ใบใหม่” ให้ครบทุกสถานีบริการ (จากที่ได้ดำเนินการเปลี่ยนแบรนด์มาเป็นแบรนด์บางจากฯไปแล้วกว่า 268 สถานี ในช่วง 4 เดือนของปี 2566) นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีเป้าในการ Shared Service ในระบบ Back Office ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชี IT และทรัพยากรบุคคลร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนและก่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาดในภาพรวม ด้วยปัจจัยที่กล่าวข้างต้น บริษัทฯ ประเมินว่าจะสร้าง EBITDA Synergy ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี 

 

นอกเหนือจาก Synergy ที่จะเกิดขึ้น โรงกลั่นพระโขนงมีแผนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High-Valued Product) ได้แก่ Unconverted Oil หรือ UO จาก 75 เป็น 92 ล้านลิตรต่อเดือน รวมถึงการเป็นโรงกลั่นแรกและโรงกลั่นเดียวในประเทศไทยที่ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ภายใน Q1/2568 ด้วยกำลังการผลิต 1,000,000 ลิตรต่อวัน ตลอดจนกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่จะจัดตั้งโรงงานเทคโนโลยีชีวภาพ (CDMO) เชิงพาณิชย์แห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายสถานีบริการของบางจากฯ การผลิใบยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด ซึ่งปี 2567 เป็นปีที่สามารถรับรู้กำไรเต็มปีจากโครงการโรงไฟฟ้าที่สหรัฐฯ โครงการลงทุนในคลังน้ำมัน ท่าเทียบเรือและท่อขอขนส่งน้ำมันแล้วนั้น ยังจะเป็นปีที่มีการพัฒนาโครงการใน Pipeline ให้สามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ตามกำหนด เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ไต้หวัน 

 

อีกทั้งยังจะเป็นปีที่มีทั้งกำไรจากการขายเงินลงทุนจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นบันทึกเข้ามาใน Q1/2567 เพื่อจะนำเงินลงทุนดังกล่าวกลับไปลงทุนใหม่ในโครงการที่มีศักยภาพเพิ่มเติม (Capital Recycling) ท้ายนี้ เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตของ

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติที่ตั้งเป้าปริมาณการผลิตปิโตรเลียมของเพิ่มขึ้นถึงระดับใกล้เคียง 35-40 KBOEPD ในปี 2567 อีกทั้งOKEA และบริษัทฯ จะพิจารณาโอกาสในการเติบโตเพิ่มเติมจากแหล่งปิโตรเลียมที่มีศักยภาพอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง