การทำ IF อาจไม่เจ๋งอย่างที่คิด !? ไม่ต่างจากการคุมอาหารทั่วไป

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การทำ Intermittent Fasting (IF) หรือ “การอดอาหารเป็นช่วงเวลา” กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์การลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก หลายคนเชื่อว่าวิธีนี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดที่รวบรวมข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกจำนวนมาก กลับพบว่าการทำ IF อาจไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการควบคุมอาหารแบบทั่วไป อย่างที่หลายคนคาดหวัง
IF คืออะไร ?
IF เป็นรูปแบบการกินอาหารที่เน้นการกำหนดช่วงเวลาการกินและการอดอาหาร แทนที่จะเน้นเฉพาะประเภทของอาหารที่กิน แนวคิดนี้เริ่มได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในช่วงต้นทศวรรษ 2010 หลังสารคดีของ BBC เรื่อง Eat, Fast and Live Longer ซึ่งดำเนินรายการโดย ไมเคิล มอสลีย์ (Michael Mosley) นำเสนอวิธีนี้ และถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียและกลุ่มฟิตเนสอินฟลูเอนเซอร์ จนกลายเป็นวิธีลดน้ำหนักยอดนิยมของคนทั่วโลก
รูปแบบของ IF ที่ได้รับความนิยม มี 3 แบบ
5:2 Diet – กินอาหารตามปกติ 5 วัน และจำกัดแคลอรี 2 วัน
16:8 Method – กินอาหารภายในช่วงเวลา 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง
Alternate-Day Fasting – อดอาหารวันเว้นวัน
งานวิจัยใหม่ IF ไม่ได้ดีกว่าการควบคุมอาหารทั่วไป
นักวิจัยจากเครือข่ายวิจัยทางการแพทย์ค็อกเครน (Cochrane) องค์กรการกุศลระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นเพื่อสังเคราะห์และทบทวนหลักฐานทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ ในสหราชอาณาจักร ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองแบบสุ่ม (Randomized Clinical Trials) จำนวน 22 งานวิจัย ครอบคลุมผู้เข้าร่วมทดสอบทั้งหมด 1,995 คน จากหลายภูมิภาค อเมริกาเหนือ, ออสเตรเลีย, อเมริกาใต้, จีน และยุโรป
ผลการวิเคราะห์พบว่า IF ไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการควบคุมแคลอรีตามปกติ ผู้ที่ทำ IF ลดน้ำหนักได้เฉลี่ยประมาณ 2–5% ภายใน 6–12 เดือน เท่านั้น แม้จะดีกว่าการไม่ควบคุมอาหารเลย แต่ระดับการลดน้ำหนักนี้ยังไม่ถือว่ามีความสำคัญต่อทางการแพทย์ IF จึงอาจเหมาะกับบางคน แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ยังไม่สนับสนุนกระแสความนิยมที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดีย
ประโยชน์ของ IF ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า IF อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ มากกว่าการลดน้ำหนัก
- สุขภาพสมองและการนอน - งานวิจัยในปี 2023 พบว่าการจำกัดช่วงเวลากินเหลือเพียง 6 ชั่วโมงต่อวัน ช่วยให้หนูทดลองมีรูปแบบการนอนที่ดีขึ้น และทำแบบทดสอบความจำได้ดีขึ้น
- การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด - การศึกษาในมนุษย์พบว่า การกินแบบ 16:8 สามารถช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีระดับน้ำตาลในเลือดระยะยาวดีขึ้น
IF ก็มีประโยชน์ !!
อดัม คอลลินส์ (Adam Collins) นักโภชนาการจากมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ (University of Surrey) ระบุว่า ผลการศึกษาใหม่นี้ไม่ควรทำให้ผู้คนเข้าใจว่า IF ไม่มีประโยชน์ เพราะมีงานวิจัยจำนวนมากที่ยังคงสนับสนุนว่า IF เป็น เครื่องมือหนึ่งที่ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ และยังมีข้อดีในเชิงปฏิบัติ เพราะหลายคนสามารถทำตามได้ง่ายกว่าการนับแคลอรีทุกมื้อ
นอกจากนี้ IF ยังอาจมีประโยชน์ต่อระบบเผาผลาญ (Metabolism) ซึ่งไม่เกี่ยวกับการลดน้ำหนักโดยตรง เช่น การจัดการโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ หรือการรักษาน้ำหนักหลังจากลดได้แล้ว
แหล่งที่มา: Cochrane
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
