รีเซต

นักวิทยาศาสตร์ยืนยันฉลามพยาบาลสีทองนอกชายฝั่งคอสตาริกาเป็นโรคพันธุกรรมหายาก

นักวิทยาศาสตร์ยืนยันฉลามพยาบาลสีทองนอกชายฝั่งคอสตาริกาเป็นโรคพันธุกรรมหายาก
TNN ช่อง16
5 มกราคม 2569 ( 07:09 )
12
นักวิทยาศาสตร์รายงานการค้นพบฉลามพยาบาล (Ginglymostoma cirratum) ที่มีสีสันแปลกตาอย่างยิ่ง บริเวณนอกชายฝั่งประเทศคอสตาริกา โดยฉลามตัวดังกล่าวมีสีเหลือง-ส้มสดใสทั่วทั้งลำตัวและมีดวงตาสีขาวผิดปกติ ซึ่งภายหลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผลจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบได้ยากมาก คือการเกิดภาวะเม็ดสีผิดปกติสองรูปแบบพร้อมกัน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2024 ใกล้อุทยานแห่งชาติตอร์ตูเกโร บริเวณทะเลแคริบเบียนตอนเหนือของคอสตาริกา โดยชาวประมงท้องถิ่นชื่อ ฮวน ปาโบล (Juan Pablo) สามารถจับฉลามพยาบาลตัวดังกล่าวได้ที่ความลึกประมาณ 37 เมตร ระหว่างออกเรือประมง เมื่อเห็นสีสันที่แตกต่างจากฉลามทั่วไปอย่างชัดเจน เขาจึงถ่ายภาพ บันทึกข้อมูล วัดขนาด และปล่อยฉลามตัวนี้กลับคืนสู่ธรรมชาติโดยไม่ได้รับอันตรายใด ๆ

ตามรายงาน ฉลามพยาบาลตัวนี้ไม่ได้มีสีน้ำตาลอ่อนตามลักษณะปกติของสายพันธุ์ แต่กลับมีสีเหลืองไปจนถึงส้มเข้มอย่างสม่ำเสมอทั่วลำตัว ที่สำคัญคือมีดวงตาสีขาว โดยไม่ปรากฏม่านตาสีดำ ซึ่งเป็นลักษณะที่ดึงดูดความสนใจของนักชีววิทยาทางทะเลอย่างมาก

ต่อมา ทีมนักวิจัยด้านชีววิทยาทางทะเล นำโดย มาริอ็อกซิส มาเซียส-คูยาเร (Marioxis Macías-Cuyare) จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐริโอแกรนด์ ประเทศบราซิล ได้ติดต่อกับชาวประมงผู้พบเห็นเหตุการณ์ และรวบรวมข้อมูล ภาพถ่าย รวมถึงรายละเอียดทางกายภาพของฉลามตัวดังกล่าว เพื่อทำการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์

นักวิจัยสรุปว่า ฉลามพยาบาลตัวนี้มีภาวะเม็ดสีผิดปกติสองชนิดเกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ ภาวะขาดเม็ดสีเข้ม หรือภาวะผิวเผือก และภาวะเม็ดสีเหลืองมากเกินไป ซึ่งเรียกว่า แซนทิซึม (xanthism) การเกิดพร้อมกันของสองภาวะนี้เรียกว่า อัลบิโน-แซนโทโครมิสม์ (Albino-xanthochromism) ซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่พบได้ยากมากในธรรมชาติ

“ฉลามตัวนั้นมีสีเหลืองถึงส้มเข้มอย่างสม่ำเสมอ และมีดวงตาสีขาวโดยไม่เห็นม่านตา” 

“การมีดวงตาสีขาว โดยเฉพาะการขาดม่านตาสีดำตามปกติ บ่งชี้ว่าตัวอย่างดังกล่าวมีแนวโน้มแสดงภาวะอัลบิโน-แซนโทโครมิสม์ มากกว่าการเป็นแซนทิซึมเพียงอย่างเดียว”

ทีมนักวิจัยระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคม 2025

แม้สีสันที่ฉูดฉาดอาจทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าจะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของฉลามหรือไม่ แต่ข้อมูลที่ชาวประมงวัดได้กลับชี้ให้เห็นว่า ฉลามตัวนี้สามารถอยู่รอดและเติบโตได้ตามปกติ โดยมีความยาวลำตัวประมาณ 200 เซนติเมตร จากปลายจมูกถึงปลายหาง ซึ่งบ่งชี้ว่ามันเป็นฉลามโตเต็มวัยแล้ว กระบวนการเติบโตจนถึงขนาดนี้โดยทั่วไปอาจใช้เวลานานอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษ

นักวิจัยระบุว่า ความผิดปกติของเม็ดสีมักเกิดจากการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม และเนื่องจากมหาสมุทรเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ที่มนุษย์เข้าถึงและสำรวจได้จำกัด รูปแบบความผิดปกติเช่นนี้อาจเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่บันทึกทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันสะท้อนให้เห็น

ในอดีต เคยมีรายงานการพบภาวะอัลบิโน-แซนโทโครมิสม์ ในสัตว์ชนิดอื่นมาก่อน โดยส่วนใหญ่พบในนก แต่ก็มีการบันทึกในสัตว์ทะเลเช่นกัน อาทิ ในปี 1978 มีการวินิจฉัยปลาไหลลายจุด (Epinephelus drummondhayi) ที่จับได้นอกชายฝั่งรัฐนอร์ทแคโรไลนา ในอ่าวเม็กซิโกว่าเป็นภาวะดังกล่าว และในปี 2018 มีการตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับปลากระเบนลายจุด (Raja montagui) ที่มีภาวะอัลบิโน-แซนโทโครมิสม์ จากทะเลไอริช

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยพบความผิดปกติของเม็ดสีในฉลามพยาบาลมาแล้ว เช่น ภาวะผิวเผือก ภาวะด่างขาว และภาวะเม็ดสีเมลานินลดลง แต่กรณีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกการเกิดภาวะผิวเผือกและภาวะเม็ดสีเหลืองมากเกินไปพร้อมกันในฉลามพยาบาลตัวเดียว
ทีมนักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีบทบาทร่วมกับพันธุกรรม จึงเสนอให้มีการศึกษาต่อเนื่องเพื่อทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้มากขึ้น เพื่อสะท้อนถึงความหลากหลายทางพันธุกรรมตามธรรมชาติในทะเลแคริบเบียนตอนเหนือของคอสตาริกา 

ผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Marine Biodiversity เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 และถูกมองว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์ทะเล รวมถึงบทบาทของสิ่งแวดล้อมต่อการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมในมหาสมุทรที่ยังคงเต็มไปด้วยความลึกลับ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง