ฝนตกหนัก 10–13 ก.ย. "ปภ." เน้นย้ำระบบ Cell Broadcast เตือนภัยเข้าถึงจุดเสี่ยง

Cell Broadcast “รู้เร็ว – เตือนเร็ว – อพยพเร็ว”
วันนี้ (10 ก.ย. 69) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มอบหมายให้ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 27/2569 เพื่อเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ การรายงานสถานการณ์ภัยและการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ในพื้นที่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง โดยมี ผู้บริหาร ปภ.
ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ที่ตั้ง และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าช่วงวันที่ 10 - 13 กันยายน 2569 ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง
โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมบุคลากร เครื่องจักรกล ให้พร้อมช่วยเหลือประชาชนได้ทันที และขอจังหวัดที่เกิดอุทกภัยในห้วงที่ผ่านมา เร่งประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อจะได้ส่งข้อมูลมายัง ปภ. ตรวจสอบและจัดส่งให้ธนาคารออมสินดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ต่อไป
“จังหวัดต้องเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนผ่านทุกช่องทาง โดยเฉพาะ Cell Broadcast และหอกระจายข่าว รวมถึงใช้กลไกชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สื่อสารไปยังประชาชนให้ทั่วถึงมากขึ้น ตลอดจนเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยและการอพยพ ทั้งเครื่องจักรกล กำลังพล ศูนย์พักพิง พื้นที่ปลอดภัย และเส้นทางอพยพ พร้อมซักซ้อมแผนในพื้นที่เสี่ยงให้เกิดความคุ้นเคย” นายชัยรัตน์ รองอธิบดี ปภ. กล่าว
สำหรับจังหวัดที่มีพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยง ให้พิจารณาปิดกั้นหรือห้ามเข้าพื้นที่เมื่อมีแนวโน้มเกิดอันตราย ส่วนพื้นที่ชายฝั่งให้ติดตามสถานการณ์คลื่นลมอย่างใกล้ชิด แจ้งเตือนชาวประมง ผู้ประกอบการ และประชาชนไม่ประกอบกิจกรรมทางทะเลเมื่อเกิดคลื่นลมแรง
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนภัยจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
