รีเซต

“หมอทวีศิลป์” ชี้ 2 พื้นที่ยังน่าห่วง “กทม./นนทบุรีและภาคใต้” เผย คนอายุ 20-39 เป็นพาหะนำเชื้อ ติดในบ้าน

“หมอทวีศิลป์” ชี้ 2 พื้นที่ยังน่าห่วง “กทม./นนทบุรีและภาคใต้” เผย คนอายุ 20-39 เป็นพาหะนำเชื้อ ติดในบ้าน
มติชน
10 เมษายน 2563 ( 12:34 )
140
“หมอทวีศิลป์” ชี้ 2 พื้นที่ยังน่าห่วง “กทม./นนทบุรีและภาคใต้” เผย คนอายุ 20-39 เป็นพาหะนำเชื้อ ติดในบ้าน

เกาะติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล “โควิด-19” ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยที่พบใหม่ในวันนี้ 50 ราย กระจายอยู่ 13 จังหวัด ได้แก่    กรุงเทพมหานคร(กทม.)   19 ราย ยะลา7 ราย ภูเก็ต 5 ราย นนทบุรี 4 ราย สมุทรปราการ 4 ราย นครสวรรค์และปราจีนบุรีจังหวัดละ 2 ราย ฉะเชิงเทรา ชุมพร  นครศรีธรรมราช นราธิวาส พะเยา สุราษฎร์ธานี และพังงาจังหวัดละ 1 ราย

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สัดส่วนระหว่าง กทม.และนนทบุรี เมื่อเปรียบเทียบกับต่างจังหวัดพบว่ายังพบจำนวนคงที่ ในต่างจังหวัดมีการลดลงเล็กน้อย   แต่ยังคงพบผู้ป่วยยืนยันจากการเดินทางกลับจากประเทศอินโดนิเซีย ซึ่งได้เข้าทำการกักกันในพื้นที่ที่รัฐบาล(State Quarantine)  จัดไว้ให้แล้ว จำนวนกว่า 40 ราย  และหากแยกจำนวนผู้ป่วยยืนยันตามภาคที่เข้ารับการรักษาพบว่าใน กทม./นนทบุรี  และภาคใต้ ยังคงเป็น 2 พื้นที่น่าเป็นห่วง  รวมถึงผู้ป่วยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 20-39 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เป็นพาหะเดินได้ สามารถออกไปรับเชื้อจากนอกบ้านเข้าสู่ในบ้านของตนเองได้ เกิดการติดเชื้อภายในบ้าน     หากจำเป็นต้องออกจากบ้านจะต้องสวมใส่หน้ากากตลอดเวลา และเมื่อพบว่าป่วยควรรีบพบแพทย์ทันที

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 จำนวน 2,473 ราย พบใน 68 จังหวัด กรมควบคุมโรคได้ จัดอันดับจังหวัดที่มีอัตราป่วยสะสมสูงสุด 10 ลำดับแรกของประเทศไทย ได้แก่
1.กทม. จำนวน 1,262 ราย
2.ภูเก็ต 166 ราย
3.นนทบุรี 148 ราย
4.สมุทรปราการ 108 ราย
5.ยะลา 77 ราย
6.ชลบุรี 73 ราย
7.ปัตตานี 66 ราย
8.สงขลา 47 ราย
9.เชียงใหม่ 40 ราย
10.ปทุมธานี 30 ราย
และ อยู่ในระหว่างสอบสวนโรค 72 ราย

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในจังหวัดที่พบผู้ป่วย 10 อันดับแรกผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทำงานอย่างเข้มแข็ง จึงต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ในการเว้นระยะห่างทางสังคมและเมื่อวันที่ 9 เมษายนมีรายงานการพบผู้ป่วยเพิ่มใหม่ใน จ.พังงา ส่งผลให้จำนวน  จังหวัดที่ยังไม่มีการรายงานผู้ป่วย   ในประเทศไทยมีทั้งหมด 9 จังหวัด จากเดิมมี 15, 13, 10 จังหวัดตามลำดับ ได้แก่ 1.กำแพงเพชร 2.ชัยนาท 3.ตราด 4.น่าน 5.บึงกาฬ 6.พิจิตร 7.ระนอง 8.สิงห์บุรี และ 9.อ่างทอง

 

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า อัตราการป่วยต่อประชากรแสนคน จำแนกตามจังหวัดที่รับรักษา ในจำนวน 2,473 คน  68 จังหวัด สามารถจำแนกได้ดังนี้
1.ภูเก็ต อัตราส่วน   38.95 (คนต่อแสนประชากร)
2.กทม. อัตราส่วน  22.25
3.ยะลา อัตราส่วน   13.10
4.นนทบุรี อัตราส่วน   11.31
5.ปัตตานี อัตราส่วน   9.15
6.สมุทรปราการ อัตราส่วน   7.79
7.สตูล(จากอินโดนีเซีย)  อัตราส่วน   4.96
8.ชลบุรี อัตราส่วน   4.72
9.กระบี่  อัตราส่วน  3.37
10.สงขลา อัตราส่วน  3.28

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในจำนวนการพบผู้ป่วยต่ออัตราประชากรแสนคน  พบว่า 5 อันดับแรก ยังคงเป็น จ. ภูเก็ต  กทม. จ.ยะลา จ.นนทบุรี และ จ.ปัตตานี   จำนวนนี้ตัวเลขจะคล้ายกับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในแต่ละจังหวัด  แต่จะไม่มี จ.เชียงใหม่ อยู่ในกลุ่มนี้  แต่จะพบว่า จ.สตูล   เป็นกลุ่มใหม่ที่มาคือผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนิเซีย  ซึ่งเข้ารับการกักกันในพื้นที่ที่รัฐบาลจัดไว้ให้แล้ว

 

“จะต้องรายงานข้อมูลทุกวันหน้าที่ของประชาชนคือการแปลงเป็นการปฎิบัติรับนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัด และเมื่อมีการฟังแถลงทุกวันหากเรื่องใดที่สามารถช่วยได้ก็สามารถช่วย เสียสละเพื่อชาติทำได้ง่ายมาก เพียงแค่นั่งอยู่ที่บ้านก็สามารถช่วยได้แล้วไม่ต้องทำอะไรที่มันเหนื่อยไปกว่านี้เลย” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง