CIB รวบคาสนามบิน แก๊งบัญชีม้าเชื่อม 2 คดีดัง

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เปิดปฏิบัติการรวบผู้ต้องหาเครือข่ายบัญชีม้ารายสำคัญ เชื่อมโยงสองคดีดังทั้งคดีหลอกลงทุน STICURRENCY และคดีปลอมเพจร้านดัง JIB หลังสืบสวนพบเส้นทางการเงินของเครือข่ายหลอกลวงทั้งสองกลุ่มไหลเข้าสู่ขบวนการเดียวกันทั้งหมด เจ้าหน้าที่นำโดย พ.ต.ท.พรเสกข์ เชาวสันต์ พร้อมกำลัง กก.1 บก.ปอท. เข้าจับกุม น.ส.นาแลฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมเข้าสู่ระบบ และสมคบกันฟอกเงิน โดยจับกุมได้คาสนามบินที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาเข้า ท่าอากาศยานแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการแกะรอยคดีหลอกลงทุนผ่านเว็บไซต์ STICURRENCY และคดีปลอมเพจร้าน JIB ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนมาก และยังพบว่ามีคดีเกี่ยวข้องอีก 15 คดีที่ไหลเข้าสู่เส้นทางการเงินกลุ่มเดียวกัน ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เคยบุกจับทีมกดเงินยกแก๊งกลางห้างดังย่านลาดพร้าว พบผู้ร่วมขบวนการเป็นคนไทย 5 ราย ร่วมกับชาวจีนและชาวฮ่องกง ผู้ทำหน้าที่รวบรวมและขนเงินข้ามชาติ โดยทั้งหมดรับคำสั่งจากบัญชีเทเลแกรมปริศนาเพียงบัญชีเดียว การขยายผลอย่างใกล้ชิดนำไปสู่การจับกุม “อาชิง” (นามสมมติ) ผู้ต้องหารายสำคัญที่ทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า โดยใช้เฟซบุ๊กชักชวนเหยื่อให้เปิดบัญชีธนาคาร อ้างว่าเป็นงานช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่มีบัญชีธนาคาร เสนอค่าตอบแทนสูงถึงบัญชีละ 7,000 บาท หรือเหมา 5 บัญชีรับทันที 35,000 บาท นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมทีมกดเงินกับเครือข่ายชาวจีน เพื่อซ่อนเส้นทางการเงินไม่ให้สาวถึงตัวการใหญ่
รูปแบบดังกล่าวสะท้อนการทำงานของเครือข่ายฟอกเงินที่นำบัญชีม้าเป็นศูนย์กลางรับเงินจากเหยื่อ ถอนเงินสดทันที และส่งต่อให้กลุ่มต่างชาติ ทำให้การติดตามเส้นทางเงินทำได้ยาก หากขาดการสืบสวนอย่างรวดเร็วก็จะก่อความเสียหายในวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อมีผู้เสียหายหลายพื้นที่เกี่ยวข้องพร้อมกัน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างว่ารู้จักกับผู้ร่วมขบวนการบางรายจริงโดยบางคนเป็นแฟนเก่าและบางคนเป็นคนที่เคยมาจีบ แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง และยอมรับว่าเคยว่าจ้างผู้อื่นให้เปิดบัญชีแต่ไม่สำเร็จและไม่ได้ทำต่อ
ตำรวจสอบสวนกลางเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อคำชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร ให้ถอนเงิน หรือกดเงินแทนบุคคลอื่น โดยเฉพาะกรณีที่อ้างว่าเป็นเงินของนักท่องเที่ยวหรือบริษัทต่างชาติ เพราะทั้งหมดเป็นกลลวงเพื่อใช้บุคคลธรรมดาไปเป็นบัญชีม้าฟอกเงินให้ขบวนการฉ้อโกง เมื่อมีผู้เสียหายแจ้งความและตรวจสอบพบชื่อเจ้าของบัญชี ผู้รับจ้างจะถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันฉ้อโกงหรือฟอกเงินทันที แม้จะอ้างว่าไม่รู้เรื่องก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความผิดได้ พร้อมย้ำว่าอย่าให้เงินเพียงไม่กี่พันมาทำลายอนาคตทั้งชีวิต และขอให้ประชาชนหากพบความผิดปกติหรือถูกชักชวนในลักษณะดังกล่าวรีบสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือแจ้งเบาะแสได้ที่ ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ ตาแว่น รอง สว.กก.1 บก.ปอท. โทร. 084-098-7993
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
