ส่งออก"เหล็ก"ยุโรปไปสหรัฐ ร่วงร้อยละ 34

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สมาคมผู้ผลิตเหล็กยุโรป (Eurofer) เปิดเผยว่า การส่งออกเหล็กของสหภาพยุโรป (EU) ไปยังสหรัฐฯ ลดลงถึง 34% นับตั้งแต่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% ขณะที่มาตรการภาษีที่ครอบคลุมสินค้าแปรรูปที่มีส่วนประกอบของเหล็กและอะลูมิเนียม เช่น เครื่องซักผ้า รถจักรยานยนต์ และสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ยังกดดันความต้องการสินค้าในตลาดสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
Eurofer ระบุว่า ในช่วง 3 ไตรมาสนับตั้งแต่สหรัฐฯ เพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเป็นสองเท่า การส่งออกเหล็กจากยุโรปไปยังสหรัฐฯ ลดลงเหลือเพียง 1.94 ล้านตัน
ข้อมูลของ Eurofer ยังแสดงให้เห็นว่า ผู้ผลิตในสหภาพยุโรปส่งออกเหล็กไปยังสหรัฐฯ จำนวน 3.4 ล้านตันในปี 2025 ลดลงจาก 4.1 ล้านตันในปี 2567 และต่ำกว่าระดับ 4.7 ล้านตันในปี 2560 อย่างมีนัยสำคัญ
สมาคมฯ เน้นย้ำว่า สหภาพยุโรปและสหรัฐควรเดินหน้าปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมาอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะหารือเกี่ยวกับโควตานำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมปลอดภาษี รวมถึงความร่วมมือในการแก้ไขปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินของอุตสาหกรรมเหล็กโลก
แอ็กเซล เอ็กเกิร์ต ผู้อำนวยการใหญ่ของ Eurofer กล่าวว่า สหรัฐควรปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่จะร่วมมือกับสหภาพยุโรปในการหาทางออกระยะยาวให้กับปัญหาการค้าเหล็ก
หนึ่งในประเด็นที่สร้างความกังวลมากที่สุด คือ ภาษีที่เรียกเก็บกับสินค้าต่อยอด (Derivative Products) ซึ่งใช้เหล็กหรืออะลูมิเนียมเป็นวัตถุดิบ โดยเดิมถูกกำหนดอัตราภาษีไว้สูงถึง 50% และรัฐบาลทรัมป์ยังขยายรายการสินค้าที่อยู่ในข่ายภาษีเพิ่มเติมหลังบรรลุข้อตกลงเทิร์นเบอร์รีเพียงหนึ่งเดือน
แม้ว่าสหรัฐจะทยอยปรับลดภาษีบางรายการลงแล้ว โดยคำประกาศล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้ลดภาษีสินค้าบางประเภทจากยุโรปเหลือ 15% แต่สินค้าหลายชนิด เช่น ตู้เย็น เครื่องตัดหญ้า และชิ้นส่วนทางรถไฟ ยังคงถูกเก็บภาษีในอัตรา 25%
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
