นายกฯ เรียก 'อนุพงษ์-ศักดิ์สยาม' เคลียร์ต่อสัญญาบีทีเอส ไร้ข้อยุติ ยังมองต่างมุมค่ารถ

นายกฯ เรียก 'อนุพงษ์-ศักดิ์สยาม' เคลียร์ต่อสัญญาบีทีเอส ไร้ข้อยุติ ยังมองต่างมุมค่ารถ
มติชน
5 ธันวาคม 2563 ( 08:03 )
43
นายกฯ เรียก 'อนุพงษ์-ศักดิ์สยาม' เคลียร์ต่อสัญญาบีทีเอส ไร้ข้อยุติ ยังมองต่างมุมค่ารถ

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในประเด็นต่อสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสีเขียว 

 

โดย พล.อ.อนุพงษ์ ให้ขยายอายุสัมปทาน ที่จะหมดในปี พ.ศ.2572 ไปอีก 30 ปี จนถึงปี พ.ศ. 2602 และ แปลงสัญญาสัมปทาน เป็นสัญญาร่วมลงทุน โดยไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 เนื่องจากได้รับการยกเว้นตามคำสั่งหัวหน้าคสช. อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557

 

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการหารือวันนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะมีความเห็นไม่ตรงกันหลายประเด็น และ นายกฯ ได้สั่งการให้ 2 กระทรวง ไปหารือกันให้ได้ข้อยุติ เพื่อนำเสนอแนวทางปฏิบัติมาให้พิจารณา ก่อนจะเสนอเข้าที่ประชุมครม.อีกครั้ง

 

ประเด็นสำคัญที่มีการพิจารณากัน และไม่มีข้อยุติ คือ ราคาค่าโดยสาร ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกทม. เสนอไม่เกิน 65 บาท ตลอดสาย ในขณะที่กระทรวงคมนาคม โดยกรมการรางเห็นว่าเป็นราคาที่สูงเกินไป และ คำนวณราคาที่เหมาะสมอยู่ที่ 50 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่ผู้ประกอบการมีกำไร และประชาชนสามารถใช้บริการได้มากขึ้น อีกทั้งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน อีกทางหนึ่งด้วย ความแตกต่างของราคาค่าโดยสาร เป็นประเด็นสำคัญที่นายกฯ ให้ไปพิจารณาทบทวนใหม่ เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงการขยายอายุสัมปทานไปอีก 30 ปี ในขณะที่สัมปทานปัจจุบันมีอายุอีก 9 ปี เหมาะสมหรือไม่

 

ประเด็นสำคัญอีกประเด็น คือความถูกต้องด้านกฎหมาย และรายละเอียดของสัญญาที่จะมีการแปลงสัญญาสัมปทาน เป็นสัญญาร่วมลงทุน โดยไม่ปฏิบัติตามพรบ.ร่วมลงทุนฯ แม้จะได้รับการยกเว้นด้วยคำสั่งคสช.ตามมาตรา 44 แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย เนื่องจากคำสั่งคสช.ฉบับนี้ ออกเมื่อปี 2562 หลังจากมีการใช้รัฐธรรมนูญ 2560 แล้ว 2 ปี จึงต้องพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ และเป็นคำสั่งที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ปี 2560 หรือไม่ ซึ่งต้องคำนึงถึงปฏิกิริยาของสังคมด้วย และเป็นประเด็นที่พรรคฝ่ายค้าน ชี้ว่าไม่มีความชอบธรรม และจะใช้เป็นประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง