ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ตีตกคำร้อง "ทรัมป์" ยื้อเวลาคืนภาษีนำเข้า

ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐฯ (Federal Appeals Court) ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขอให้ชะลอการเริ่มต้นกระบวนการคืนเงินภาษีนำเข้า หลังจากที่ศาลฎีกาได้พิพากษาให้ภาษีส่วนใหญ่เป็นโมฆะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เอกสารของศาลอุทธรณ์ระบุว่า "ไม่มีประเด็นใดเกี่ยวกับการคืนเงินภาษีที่สมควรแก่การชะลอการออกคำสั่งบังคับตามคำพิพากษา ของศาล ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการขอเลื่อนเวลาออกไปนานถึง 3 เดือน" พร้อมย้ำว่า "เวลาที่เหมาะสมในการออกคำสั่งบังคับคือตอนนี้"
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า การออกคำสั่งดังกล่าวจะเป็นการเปิดทางให้ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. Court of International Trade) เริ่มดำเนินการกำหนดมาตรการเยียวยาให้แก่ภาคธุรกิจที่ชนะคดีในการฟ้องร้องคัดค้านการเก็บภาษีทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ศาลฎีกาได้มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยว่ากฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ไม่ได้มอบอำนาจให้ประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีศุลกากร อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยดังกล่าวยังไม่ได้ครอบคลุมถึงประเด็นเรื่องการคืนเงินภาษี
จากนั้นในวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ก.พ.) รัฐบาลทรัมป์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อขอชะลอการออกคำสั่งบังคับออกไป 90 วัน เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาทางเลือกต่าง ๆ แต่ศาลได้ยกคำร้องในที่สุด
ทั้งนี้ ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจัดเก็บภาษีพื้นฐาน (Baseline Tariffs) ในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าเกือบทุกประเภท และเก็บในอัตราที่สูงขึ้นกับคู่ค้าบางราย โดยอ้างว่าจะช่วยสร้างรายได้เข้ารัฐและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการผลิตของสหรัฐฯ
ต่อมาในวันที่ 23 เมษายน 2568 กลุ่มพันธมิตรจาก 12 รัฐในสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ต่อศาลการค้าระหว่างประเทศในนิวยอร์ก โดยระบุว่าเป็นการเก็บภาษีที่ผิดกฎหมาย
ก่อนที่ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยชี้ว่าทรัมป์อ้างกฎหมาย IEEPA มาใช้ในการจัดเก็บภาษีโดยมิชอบ ส่งผลให้รัฐบาลทรัมป์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาในเดือนกันยายน 2568 เพื่อขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเรื่องความชอบธรรมทางกฎหมายของการเก็บภาษีดังกล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
