คลังสั่ง"รัฐวิสาหกิจ"งดกู้-ใช้รายได้ลงทุน

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้นโยบายว่า รัฐวิสาหกิจที่ต้องการลงทุน หากมีรายได้ของตัวเอง
ควรใช้รายได้ของตัวเองเพื่อการลงทุน ก่อนที่จะให้จากแหล่งเงินกู้ เพื่อไม่ให้เพิ่มภาระแก่หนี้สาธารณะของรัฐบาล หรือสามารถใช้วิธีการลงทุนผ่าน PPP หรือ Infrastructure Fund ก็ได้
ทั้งนี้ เงินกู้ของรัฐวิสาหกิจ ถูกนับรวมเป็นหนี้สาธารณะตามนิยามของสบน.โดยระดับหนี้สาธารณะของรัฐบาล ณ ธันวาคมปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 66.09 ของจีดีพี คิดเป็นมูลค่า 12.45 ล้านล้านบาท
ขณะที่เพดานที่ถูกกำหนดไว้ไม่เกิน ร้อยละ 70 และ เฉพาะในส่วนภาระหนี้ของรัฐวิสาหกิจ ทั้งที่เป็นเงินกู้ที่รัฐบาลค้ำประกัน และไม่ค้ำประกันรวมกัน มีอยู่ 1.2 ล้านล้านบาท
สำหรับแผนการกู้เงินทั้งที่เป็นเงินกู้ใหม่และการรีไฟแนนซ์เงินกู้เดิม ในปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 1.3 ล้านล้านบาท โดยในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.ถึง ธ.ค.) สบน.ได้ดำเนินการกู้ไปแล้วร้อยละ 33 ของแผนเงินกู้ดังกล่าว
ทั้งนี้ ตามแผนการคลังระยะปานกลางฉบับล่าสุดของรัฐบาล (MTFF) ที่ใช้ในช่วงปี 2560-2573 ต้องการ ลดการขาดดุลการคลัง ไม่เกิน ร้อยละ 3 ของจีดีพีต่อปี เพื่อไม่ให้ระดับหนี้สาธารณะของรัฐบาล เกินกว่ากรอบ ที่กำหนดไว้ที่ ร้อยละ 70
ตามการคาดการณ์ของกระทรวงการคลัง การขาดดุลการคลังของรัฐบาลต่อจีดีพี จะค่อยๆ ปรับลดลงจากปีงบประมาณ 2569 ที่คาดว่าในสิ้นปีงบประมาณดังกล่าว การขาดดุลการคลังจะอยู่ที่ ร้อยละ 4.4 ของจีดีพีและระดับหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ ร้อยละ 68.17 ของจีดีพี
หลังจากนั้น การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลจะค่อยๆ ปรับลดลง โดยในปีงบประมาณ 2570 จะขาดดุล ร้อยละ 3.9 ของจีดีพี และระดับหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ ร้อยละ 69.36 ของจีดีพี
ส่วนในปี 2571 ขาดดุลการคลังจะอยู่ที่ ร้อยละ 3.3 ระดับหนี้สาธารณะอยู่ที่ 69.99 หลังจากนั้นระดับการขาดดุลการคลัง จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
โดยในปีงบประมาณ 2572 คาดว่าจะขาดดุลการคลัง ร้อยละ 2.7 ระดับหนี้สาธารณะอยู่ที่ ร้อยละ 69.52 และในปีงบประมาณ 2573 ระดับการขาดดุลจะอยู่ที่ ร้อยละ 2.1 หนี้สาธารณะอยู่ที่ ร้อยละ 68.22
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
