รีเซต

คลังลุ้น SET แตะ 2,000 จุด ชู Reignite Thailand ดึงเงินทุนโลก

คลังลุ้น SET แตะ 2,000 จุด  ชู Reignite Thailand  ดึงเงินทุนโลก
TNN ช่อง16
26 สิงหาคม 2569 ( 15:20 )
7

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยในงาน Thailand Focus 2026: Reignite Thailand แสดงความหวังว่าตลาดหุ้นไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังให้ SET Index ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 2,000 จุดได้ภายในปีนี้


รมว.คลัง กล่าวบนเวที Thailand Focus 2026 ว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันเผชิญกับความท้าทายใน 3 ด้าน ได้แก่ การปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ


สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก่อให้เกิดนัยสาคัญ 3 ประการ ประการแรก เผยให้เห็นจุดอ่อนที่มีอยู่เดิม ซึ่งไทยต้องยอมรับความจริงนี้ ประการที่สอง สร้างโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ขึ้นมา และประการที่สาม ทาให้ไทยต้องทบทวนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่


รัฐบาลมุ่งดำเนินงานภายใต้กรอบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 3 มิติที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ได้แก่ การสร้างเสถียรภาพในปัจจุบัน (Stabilize Today) ผ่านการเยียวยาค่าครองชีพประชาชนด้วยการช่วยเหลือทางการเงินแบบมุ่งเป้า การเปลี่ยนผ่านในทันที (Transition Now) ผ่านการลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าในระยะยาวด้วยการเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน และการลงทุนเพื่อวันพรุ่งนี้ (Invest for Tomorrow)


การลงทุนเพื่อวันพรุ่งนี้มีเป้าหมายเพิ่มการลงทุนจาก 20% เป็น 30% ของ GDP โดยจะดำเนินการผ่านการใช้การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnerships: PPP) กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการใช้มาตรการ Thailand Fast Pass เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งเห็นผลลัพธ์ผ่านยอดคาขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่าน BOI ที่โตขึ้น 37% คิดเป็นมูลค่าสะสมกว่า 1.47 ล้านล้านบาทในครึ่งปีแรก 


เป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับชาติที่ตกลงร่วมกันโดยคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน รวมถึงอนุกรรมการด้านการลงทุน มุ่งเป้าผลักดันศักยภาพการเติบโตของ GDP ให้สูงกว่า 3% และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศสู่ 20 อันดับแรกของโลก โดยมุ่งวัดผลสาเร็จของการลงทุนใน 3 มิติ ได้แก่ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (R&D) การดึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เชื่อมต่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และการยกระดับทักษะแรงงาน (Upskilling) ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น AI ระบบคลาวด์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) และเทคโนโลยีชีวภาพ


รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาตลาดทุนไทยโดยมุ่งขยายฐานผู้ลงทุนระยะยาว การดึงดูดบริษัท New Economy เข้าสู่ตลาดผ่านโครงการ BOI to IPO ตลอดจนการสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนผ่านโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อช่วยให้บริษัทจดทะเบียนปรับปรุงผลิตภาพเชิงนวัตกรรม ตลอดจนพิจารณาสิทธิประโยชน์ดึง SME เข้าซัพพลายเชนบริษัทใหญ่

 

ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญ เพื่อยกระดับให้กลับมาแข็งแกร่งในภูมิภาค โดยหัวใจสำคัญในการสื่อสารกับนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศในครั้งนี้คือการยืนยันด้วยตัวเลขจริงว่า ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ ตัวเลขการลงทุนกลับมาเติบโตในระดับสองหลักต่อเนื่องกันถึง 2 ไตรมาส โดยล่าสุดในไตรมาส 2 ของปีนี้ การลงทุนขยายตัวสูงถึง 14% ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบกว่า 11 ปี


การเติบโตของเม็ดเงินลงทุน (Investment) ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาเพียงการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก เพราะขาดการลงทุนมาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ แต่การกลับมาของการลงทุนในครั้งนี้จะเป็นฟันเฟืองหลักที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น และที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว


 

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า งาน Thailand Focus ในปีนี้มุ่งเน้นไปที่แนวคิด Reignite Thailand หรือการจุดพลังให้ประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อสื่อสารให้ชาวโลกเห็นว่าประเทศไทยได้กลับเข้ามาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้งอย่างเต็มตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักคือความมีเสถียรภาพของประเทศ ทั้งเสถียรภาพทางการเมือง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รัฐบาลยังคงยึดมั่นในวินัยการเงินและการคลัง ทั้งเสถียรภาพภายในและภายนอกประเทศ เพื่อสร้างรากฐานที่เหนียวแน่นคอยรองรับแรงกระแทกจากความผันผวนของโลก และสิ่งสำคัญภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนและผลักดันการลงทุน


สถานการณ์ในอดีตที่ไทยเคยได้รับอานิสงส์จากการลงทุนมหาศาลจนสร้างฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ซึ่งในวันนี้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง จากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิต ซึ่งไทยจะต้องคว้าโอกาสนั้นให้ได้และสร้างความเข้มแข็ง สร้างระบบ และตลาดทุนจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยส่งผ่าน ทั้งทางเศรษฐกิจไทย การลงทุนไทยให้เติบโตดียิ่งขึ้นนายเอกนิติ กล่าว  

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง