รีเซต

วิกฤตน้ำมันเขย่าโลก ปลุก “จักรยาน” คืนชีพ ชาวซิดนีย์แห่ใช้แทนรถยนต์

วิกฤตน้ำมันเขย่าโลก  ปลุก “จักรยาน” คืนชีพ  ชาวซิดนีย์แห่ใช้แทนรถยนต์
TNN ช่อง16
5 พฤษภาคม 2569 ( 12:00 )
12

ก่อนเกิดวิกฤตน้ำมันโลกในช่วงทศวรรษ 1970 นักผังเมืองในกรุงโคเปนเฮเกนเคยพิจารณาจะยกเลิกเลนจักรยาน เนื่องจากในเวลานั้นรถยนต์ได้รับความนิยมสูงสุด จักรยานถูกมองว่าล้าสมัย และมีประชาชนเพียงประมาณ 10% เท่านั้นที่ใช้จักรยานเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันส่งผลกระทบไปทั่วโลก เดนมาร์กซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเกือบทั้งหมด ได้เปลี่ยนนโยบายอย่างรวดเร็ว ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงบนทางหลวง เรียกร้องให้รัฐพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจักรยานมากขึ้น

ในช่วงปี 1975 ถึง 1985 โครงข่ายเส้นทางจักรยานในโคเปนเฮเกนขยายตัวในอัตราที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ และปัจจุบันมีชาวเมืองราว 60% ใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักในการเดินทางไปทำงานหรือศึกษา

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กำลังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในซิดนีย์อย่างชัดเจน โดยผู้คนจำนวนมากเริ่มหันมาใช้จักรยานแทนรถยนต์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจากทางการระบุว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การใช้บริการจักรยานสาธารณะในเมืองซิดนีย์พุ่งสูงถึง 600,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นราว 25% จากเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกัน ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนสายหลักหลายสายลดลงประมาณ 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เส้นทางจักรยานสายใหม่บนถนนออกซ์ฟอร์ดมีผู้ใช้งานเกือบ 100,000 ครั้งในเดือนเดียว ขณะที่เส้นทางจักรยานบนถนนเบิร์กในย่านเรดเฟิร์นมีการใช้งานมากกว่า 134,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากปีก่อน สะท้อนความนิยมในการเดินทางด้วยจักรยานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประชาชนจำนวนไม่น้อยระบุว่า ราคาน้ำมันที่ “พุ่งสูงเกินรับไหว” เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง โดยบางครอบครัวเลิกใช้รถยนต์โดยสิ้นเชิง และหันมาใช้จักรยานไฟฟ้าควบคู่กับระบบขนส่งสาธารณะแทน

ข้อมูลจาก Australian Automobile Association ระบุว่า ในช่วงปลายปี 2568 ครัวเรือนออสเตรเลียมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์เฉลี่ยราว ประมาณ 10,800 บาทต่อสัปดาห์ (จาก 453 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) โดยในจำนวนนี้เป็นค่าน้ำมันราว 2,200 บาทต่อสัปดาห์ (จาก 94 ดอลลาร์)

ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นจากประมาณ 40 บาทต่อลิตร (1.70 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) เป็นเกือบ 61 บาทต่อลิตร (2.60 ดอลลาร์) ในเดือนเมษายน 2569 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 50%

ด้านผู้ประกอบการร้านจักรยานเผยว่า ยอดขายจักรยาน โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า (e-bike) เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยบางร้านมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านการคมนาคมระบุว่า วิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ประชาชนหันมาทบทวนความจำเป็นในการใช้รถยนต์ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับจักรยานอยู่แล้ว

ทั้งนี้ มีข้อเสนอให้ภาครัฐใช้โอกาสดังกล่าวเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางแบบยั่งยืน เช่น เลนจักรยานและการสนับสนุนจักรยานไฟฟ้า แทนการพึ่งพามาตรการลดภาษีน้ำมันในระยะสั้น เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาวต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง