รถเกี่ยวข้าว EV 8 พันล้าน คุ้มค่าหรือไม่? รัฐบาลแจงปมคันละ 16 ล้าน

โครงการจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตรพลังงานไฟฟ้า หรือ EV ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังมีการเปิดเผยแนวคิดใช้งบประมาณประมาณ 8,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเครื่องจักรสำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะรถเกี่ยวข้าวและรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า ก่อนเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับราคาจัดซื้อที่ถูกนำไปคำนวณเฉลี่ยสูงถึงคันละ 16 ล้านบาท เมื่อเทียบกับราคาเครื่องจักรบางประเภทในท้องตลาด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและกรมการข้าวได้ออกมาชี้แจงว่า ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่ราคาจัดซื้อที่กำหนดหรือได้รับอนุมัติ เนื่องจากโครงการยังอยู่ระหว่างการศึกษา ทั้งประเภทเครื่องจักร จำนวนอุปกรณ์ พื้นที่นำร่อง และกรอบวงเงินที่เหมาะสม โดยแนวคิดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้จำกัดเฉพาะการจัดหารถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า แต่ครอบคลุมการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิตข้าว เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่รายละเอียดของโครงการซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป รวมถึงการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนภาครัฐ และแนวทางที่จะทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเครื่องจักรที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง
รัฐบาลแจงที่มาตัวเลข 16 ล้านบาท ยังไม่ใช่ราคาจัดซื้อ
วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์โครงการเครื่องจักรกลการเกษตรพลังงานไฟฟ้า โดยระบุว่า รัฐบาลรับทราบข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความเหมาะสมของราคาและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ และเห็นว่าจำเป็นต้องชี้แจงรายละเอียดให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
จากคำชี้แจงของนายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ยืนยันว่า ราคาคันละ 16 ล้านบาท ไม่ใช่ราคาจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวหรือรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าที่กรมการข้าวกำหนดไว้ และยังไม่มีการอนุมัติจัดซื้อเครื่องจักรในราคาดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้โครงการยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาและพิจารณาความเหมาะสม
ความคลาดเคลื่อนของตัวเลขอาจเกิดจากการนำกรอบวงเงินที่มีการหารือเบื้องต้นประมาณ 8,000–10,000 ล้านบาท มาเชื่อมโยงกับแนวคิดจัดตั้งพื้นที่นำร่องหรือศูนย์ข้าวชุมชนประมาณ 400–500 จุด ก่อนนำตัวเลขมาคำนวณเฉลี่ยจนกลายเป็นความเข้าใจว่า รัฐบาลเตรียมจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้าจำนวน 500 คัน ในราคาคันละ 16 ล้านบาท
หากนำวงเงิน 8,000 ล้านบาท หารด้วยจำนวน 500 จุด จะได้ค่าเฉลี่ย 16 ล้านบาทต่อจุด แต่ไม่สามารถนำตัวเลขดังกล่าวไปสรุปเป็นราคาจัดซื้อรถหนึ่งคันได้ เพราะขอบเขตโครงการยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และอาจครอบคลุมเครื่องจักรหลายประเภท รวมถึงระบบพลังงานสะอาดและอุปกรณ์สนับสนุนการผลิตข้าว
รองโฆษกรัฐบาลย้ำว่า ต้องแยกความแตกต่างระหว่างวงเงินโครงการกับราคาจัดซื้อเครื่องจักรแต่ละรายการ เนื่องจากเป็นข้อมูลคนละส่วนกัน โดยรายละเอียดทั้งหมดจะต้องผ่านกระบวนการศึกษาและกลั่นกรองก่อนกำหนดงบประมาณที่ใช้ดำเนินการจริง
สุริยะชูเครื่องจักรไฟฟ้า ลดต้นทุนระยะยาวกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ก่อนหน้านี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงที่ทำเนียบรัฐบาลถึงแนวคิดการนำเครื่องจักรพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในภาคเกษตรว่า ปัจจุบันเกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนการผลิตจากการใช้เครื่องจักรดีเซล โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงและค่าจ้างเครื่องจักรสำหรับการเตรียมดินและเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งเป็นภาระสำคัญของชาวนา
กรมการข้าวจึงศึกษาแนวทางการใช้เครื่องจักรไฟฟ้าเข้ามาทดแทนเครื่องจักรที่ใช้น้ำมัน โดยนายสุริยะระบุว่า แม้ราคาจัดหาเครื่องจักรไฟฟ้าในช่วงเริ่มต้นอาจสูงกว่าเครื่องจักรดีเซล แต่หากพิจารณาต้นทุนตลอดอายุการใช้งานประมาณ 14 ปี มีการประเมินว่าจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 10,000 ล้านบาท
นายสุริยะยังยกตัวอย่างแนวทางเปลี่ยนรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. จากรถดีเซลเป็นรถโดยสารไฟฟ้า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยอธิบายว่าการพิจารณาความคุ้มค่าของเทคโนโลยีใหม่จำเป็นต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะราคาจัดซื้อเริ่มต้น
นอกจากนี้ เครื่องจักรพลังงานไฟฟ้ายังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตร และสนับสนุนการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสให้ข้าวไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศที่มีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประหยัดต้นทุนกว่า 10,000 ล้านบาทในระยะเวลา 14 ปี ยังเป็นการประเมินที่รัฐมนตรีเปิดเผย โดยต้องติดตามรายละเอียดการคำนวณ ทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การบำรุงรักษา อายุการใช้งานแบตเตอรี่ และจำนวนชั่วโมงการใช้เครื่องจักรจริง เพื่อประกอบการพิจารณาความคุ้มค่าของโครงการ
กรมการข้าววางเป้าหมายข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่
นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว อธิบายว่า แนวคิดการนำเครื่องจักรพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในภาคเกษตร เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายขับเคลื่อนโครงการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำในพื้นที่เป้าหมาย 1 ล้านไร่ โดยมุ่งลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับรายได้เกษตรกร ผ่านการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่เหมาะสมเข้ามาสนับสนุนการทำเกษตรกรรม
เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไม่ได้มีเฉพาะรถเกี่ยวข้าวหรือรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า แต่ยังรวมถึงเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบโซลาร์รูฟท็อป เครื่องอบลดความชื้นข้าวพลังงานไฟฟ้า ตลอดจนเครื่องจักรที่สามารถใช้พลังงานชีวมวลหรือพลังงานทดแทนประเภทอื่นได้
อธิบดีกรมการข้าวระบุว่า ปัจจุบันแรงงานภาคเกษตรมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมสูงอายุ ขณะที่การเพาะปลูกข้าวต้องพึ่งพาเครื่องจักรมากขึ้น เกษตรกรที่ไม่มีเครื่องจักรเป็นของตนเองจำเป็นต้องจ้างบริการจากภายนอก ซึ่งมีต้นทุนค่าเชื้อเพลิงรวมอยู่ด้วย การสนับสนุนเครื่องจักรพลังงานสะอาดจึงเป็นอีกทางเลือกในการลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การเลือกเครื่องจักรสำหรับแต่ละพื้นที่ต้องพิจารณารูปแบบการเพาะปลูก ปริมาณผลผลิต และความต้องการใช้งานของเกษตรกร เนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวแต่ละภูมิภาคมีลักษณะแตกต่างกัน การกำหนดอุปกรณ์จึงต้องอาศัยข้อมูลความต้องการจริงก่อนจัดทำรายละเอียดโครงการ
เครื่องอบลดความชื้นข้าว ทางเลือกเพิ่มรายได้หลังเก็บเกี่ยว
นอกเหนือจากการลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการจัดการผลผลิตหลังเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนเครื่องอบลดความชื้นข้าวในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพและราคาจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกร
นายอานนท์ระบุว่า เกษตรกรบางส่วนไม่มีสถานที่หรืออุปกรณ์สำหรับลดความชื้นข้าวเปลือก ทำให้ต้องนำผลผลิตไปตากตามถนนหรือพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่บางรายจำเป็นต้องขายข้าวทันทีหลังเก็บเกี่ยว แม้ผลผลิตจะมีความชื้นสูงก็ตาม
การจำหน่ายข้าวที่มีความชื้นเกินเกณฑ์อาจทำให้เกษตรกรถูกหักราคาจากโรงสี โดยอธิบดีกรมการข้าวระบุว่า ในบางกรณีส่วนต่างราคาอาจสูงถึงประมาณ 2,000 บาทต่อตัน ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายผลผลิตลดลง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีแนวคิดสนับสนุนเครื่องอบลดความชื้น ทั้งระบบไฟฟ้า ดีเซล และพลังงานชีวมวล เพื่อเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรสามารถจัดการคุณภาพข้าวก่อนจำหน่าย และลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ระบุว่า การพัฒนาเครื่องจักรและระบบสนับสนุนการผลิตที่เหมาะสม จะช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีที่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และมีทางเลือกในการบริหารจัดการผลผลิตมากขึ้น โดยรัฐบาลต้องการให้การลงทุนตอบโจทย์ปัญหาที่เกษตรกรเผชิญอยู่จริง
เปิดขั้นตอนกลั่นกรองงบประมาณ ก่อนจัดซื้อเครื่องจักร EV
สำหรับกระบวนการดำเนินโครงการ รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่า ยังไม่มีการสรุปรายละเอียดโครงการฉบับสมบูรณ์ โดยกรมการข้าวต้องศึกษาและจัดทำข้อเสนอให้ชัดเจน ทั้งประเภทเครื่องจักร จำนวนอุปกรณ์ พื้นที่ดำเนินการ และวงเงินงบประมาณที่เหมาะสม
จากนั้นต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการภายในกรมการข้าว ก่อนเสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กลั่นกรอง และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับ
หากโครงการได้รับความเห็นชอบ การจัดซื้อจัดจ้างจะต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบของภาครัฐ โดยพิจารณาราคากลาง คุณลักษณะเฉพาะ ประสิทธิภาพการใช้งาน ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและความคุ้มค่าของงบประมาณ
นายอานนท์ยืนยันว่า การกำหนดราคาจัดซื้อเครื่องจักรต้องอ้างอิงราคาที่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ของภาครัฐ ไม่สามารถกำหนดราคาขึ้นมาโดยไม่มีข้อมูลรองรับได้ ขณะที่รายละเอียดโครงการยังสามารถปรับเปลี่ยนตามผลการศึกษาและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้านนายสุริยะเคยระบุว่า กระบวนการเสนอรายละเอียดโครงการต่อคณะกรรมการกลั่นกรองของกระทรวงการคลังอาจใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ยังไม่ใช่กำหนดเวลาที่โครงการจะได้รับอนุมัติ
จับตาความคุ้มค่า 8 พันล้าน ก่อนเดินหน้าโครงการจริง
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือข้อสรุปเกี่ยวกับขอบเขตการลงทุน โดยเฉพาะการกำหนดว่าโครงการจะจัดหาเครื่องจักรประเภทใด จำนวนเท่าไร และจะใช้รูปแบบใดในการกระจายเครื่องจักรไปยังศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกัน การประเมินความคุ้มค่าของเครื่องจักรพลังงานไฟฟ้าจำเป็นต้องพิจารณาต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ทั้งราคาจัดหา ค่าไฟฟ้า ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ ค่าบำรุงรักษา และความพร้อมของระบบชาร์จไฟในพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงความสามารถในการใช้งานให้เหมาะสมกับฤดูกาลเพาะปลูก
รัฐบาลยืนยันว่าการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในภาคเกษตรต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับจริง ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และการเข้าถึงเครื่องจักรที่ตอบสนองความต้องการของแต่ละพื้นที่ พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะและข้อทักท้วงจากทุกฝ่าย เพื่อให้กระบวนการดำเนินงานมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
สำหรับสถานะล่าสุด ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569 โครงการเครื่องจักรกลการเกษตรพลังงานไฟฟ้ายังอยู่ระหว่างการศึกษา โดยยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับราคาจัดซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คันละ 16 ล้านบาท รวมถึงจำนวนเครื่องจักรและวงเงินงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการจริง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
