เปิดประวัติเหยื่อ “โควิด-19” เผย 3 ใน 4 เป็นผู้สูงวัย โรคประจำตัวเพียบ

เปิดประวัติเหยื่อ “โควิด-19” เผย 3 ใน 4 เป็นผู้สูงวัย โรคประจำตัวเพียบ
มติชน
3 เมษายน 2563 ( 13:16 )
74
1
เปิดประวัติเหยื่อ “โควิด-19” เผย 3 ใน 4 เป็นผู้สูงวัย โรคประจำตัวเพียบ

เปิดประวัติเหยื่อ “โควิด-19” เผย 3 ใน 4 เป็นผู้สูงวัย โรคประจำตัวเพียบ

เกาะติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล “โควิด-19” ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า วันนี้มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย รวมสะสม 19 ราย ได้แก่
รายที่ 1 นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 16 เป็นเพศชายอายุ 59 ปี อาชีพพนักงานการรถไฟ เมื่อวันที่ 16 มีนาคมเริ่มมีอาการป่วยด้วยอาการไข้ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม เข้ามารักษาในโรงพยาบาล(รพ.) บางปะกอก และได้กลับออกไปทำงานตามปกติ จึงคาดว่าขณะนั้นอาการน้อยมาก แต่เมื่อทำงานได้ระยะหนึ่ง ก็เริ่มมีอาการหนักขึ้น เมื่อวันที่ 31 มีนาคม เริ่มมีอาการเหนื่อยหอบมากขึ้น จึงเข้ารักษาใน รพ.แพทย์แห่งหนึ่ง จึงพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แล้ว และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 เมษายน

รายที่ 2 นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 17 เป็นชายไทย อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นลูกของผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้แล้วที่อยู่ในกลุ่มก้อนสนามมวย โดยรายนี้มีโรคประจำตัวคือโรคไต เมื่อ วันที่ 16 มีนาคม พบอาการป่วยจึงเข้ารับการรักษาใน รพ. แห่งหนึ่งของกทม. และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เมษายน

รายที่ 3 นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 18 เป็นชายไทยอายุ 84 ปี ทำงานอยู่ที่สนามมวยราชดำเนิน มีโรคประจำตัวคือโรคไต ความดันโลหิตสูง โรคเก๊าท์ และอื่นๆ เมื่อวันที่ 26 มีนาคมได้เข้ารับการรักษาใน รพ.แห่งหนึ่งของกทม. และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 เมษายน

รายที่ 4 นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 19 เป็นชายไทยอายุ 84 ปี มีประวัติไปสนามมวยราชดำเนิน เมื่อวันที่ 14 มีนาคมเริ่มมีอาการป่วย เมื่อวันที่ 21 มีนาคมจึงเข้ารับการรักษาใน รพ. รัฐบาลแห่งหนึ่งของ กทม. ด้วยอาการไข้สูงถึง 39.3 เซลเซียส น้ำมูกและไอ และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 เมษายน

“ 3 ใน 4 ราย เป็นผู้สูงอายุ พร้อมด้วยมีโรคประจำตัว ดังนั้นเดือนเมษายนเข้าสู่ช่วงเทศกาลรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ดังนั้นสิ่งที่ควรกระทำคือไม่ควรเข้าใกล้ผู้สูงอายุ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากปีนี้ควรจะงดการรดน้ำสงกรานต์ หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นการใช้เจลแอลกอฮอล์รดขอพรน่าจะดีกว่าการใช้น้ำซึ่งจะเป็นการสิ้นเปลืองน้ำในช่วงหน้าแล้งด้วย” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง