กรมอุตุฯเตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 4 กระทบ 50 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 4 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดของวันนี้(12 มี.ค.) ซึ่งพายุฤดูร้อนจะส่งผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงใน 50 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ด้านตะวันตกของภาคอีสาน และภาคตะวันออก
สำหรับพื้นที่เสี่ยงสูดที่จะได้รับผลกระทบจากพายุฤดร้อนในวันนี้ รวม 32 จังหวัด ภาคเหนือ ได้รับผลกระทบหนักสุด 12 จังหวัดได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย ส่วนภาคอีสาน จังหวัด เลย ได้รับผลกระทบ
ขณะที่ภาคกลาง มีหลายจังหวัดเสี่ยงได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน อาทิ นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และภาคตะวันออก กระทบ 6 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เสี่ยง ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนเพิ่มเติม ภาคเหนืออีก 3 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร และพิจิตร ส่วนภาคอีสานกระทบ 7 จังหวัด อาทิ หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย และบึงกาฬ ขณะที่ภาคกลาง กระทบ จังหวัด อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และสมุทรสงคราม ส่วนภาคตะวันออก มี 2 จังหวัดได้รับผลกระทบ ได้แก่ จันทบุรี และ ตราด
ส่วนวันพรุ่งนี้(13 มี.ค.)ยังคงมีพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ภาคเหนือ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นพื้นที่เดิม ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน และ ตาก ภาคกลาง กระทบ 11 จังหวัด อาทิ กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และภาคตะวันออก ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนว่า ผลกระทบจากพายุฤดูร้อนจะส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่า เนื่องจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมีบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางได้เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคอีสาน ภาคตะวันออก และทะเลจีนใต้ โดยขอให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
