ศาลสหรัฐชี้เก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 10 ผิดกฎหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (US Court of International Trade) มีคำวินิจฉัยสำคัญที่สะเทือนนโยบายเศรษฐกิจของทำเนียบขาว โดยระบุว่าการประกาศเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% ทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและไม่มีผลบังคับใช้
ทั้งนี้ คำวินิจฉัยด้วยมติเสียงข้างมากจากคณะผู้พิพากษา ระบุว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถอ้างอำนาจตาม Section 122 ของกฎหมาย Trade Act of 1974 มาบังคับใช้ภาษีแบบปูพรมได้ เนื่องจากข้ออ้างเรื่อง "วิกฤตดุลชำระเงิน" (Balance of Payments) ที่รัฐบาลนำเสนอนั้นขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ และสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันไม่ได้เข้าข่ายภาวะวิกฤตตามนิยามทางกฎหมาย
นอกจากนี้ ศาลยังมองว่าการที่รัฐบาลเปลี่ยนมาใช้อำนาจตามมาตรานี้ เป็นเพียงความพยายามในการหลบเลี่ยงคำสั่งศาลสูงสุดที่เคยระงับการใช้กฎหมายความมั่นคง (IEEPA) ในการเก็บภาษีไปก่อนหน้านี้ โดยศาลได้มีคำสั่งให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต้องดำเนินการคืนเงินภาษีที่เรียกเก็บไปแล้วตั้งแต่วันเริ่มมาตรการ (กุมภาพันธ์ 2569) ให้แก่บริษัทผู้นำเข้าทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ระบุว่า คำตัดสินนี้ถือเป็น "การเตะตัดขา" ครั้งสำคัญของทรัมป์ เนื่องจากเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่เขามีกำหนดการเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง เพื่อพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้
อย่างไรก็ตาม การสูญเสียอำนาจการจัดเก็บภาษี 10% ทำให้สหรัฐฯ สูญเสียแต้มต่อสำคัญในการบีบให้จีนยอมตกลงในเงื่อนไขการค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะการเพิ่มยอดการนำเข้าสินค้าเกษตรและพลังงานจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแคมเปญเศรษฐกิจของทรัมป์