รวบถึงบ้าน! หนุ่มเมากร่าง ขวางรถพยาบาล สุดท้ายผู้ป่วยเสียชีวิต เจอฟันข้อหาหนัก

รวบถึงบ้าน! หนุ่มเมากร่าง ขวางรถพยาบาล สุดท้ายผู้ป่วยเสียชีวิต เจอฟันข้อหาหนัก
ข่าวสด
22 ธันวาคม 2563 ( 01:15 )
134
รวบถึงบ้าน! หนุ่มเมากร่าง ขวางรถพยาบาล สุดท้ายผู้ป่วยเสียชีวิต เจอฟันข้อหาหนัก

รวบตัวถึงบ้าน หนุ่มเมากร่าง ขับขวางรถพยาบาล สุดท้ายผู้ป่วยเสียชีวิต เจอฟันข้อหาหนัก ด้านญาติผู้ป่วยเตรียมแจ้งเอาผิดด้วย

 

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2563 จากกรณีเจ้าหน้าที่พยาบาลกู้ชีพของ รพ.สมุทรปราการ เผยแพร่คลิปวิดีโอ ขณะรถพยาบาลกำลังเดินทางไปรับผู้ป่วยฉุกเฉินหมดลมหายใจ และเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันปั๊มหัวใจอยู่ภายในบ้านพักหลังหนึ่งในซอยวิทยุการบิน ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ แต่ระหว่างทางบนถนนสุขุมวิทนั้น รถพยาบาลซึ่งเปิดสัญญาณและเสียงฉุกเฉินเพื่อขอทาง

 

แต่ปรากฏว่า นายสัมฤทธิ์ มณีฤทธิ์ อายุ 38 ปี (ทราบชื่อภายหลัง) ได้ขับขวางทางรถพยาบาลอยู่นาน จนเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเปลี่ยนเลน เพื่อเร่งไปช่วยชีวิตผู้ป่วย แต่นายสัมฤทธิ์กลับไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าวและปาดเข้าซ้าย พร้อมเปิดกระจกกวักมือเรียกรถพยาบาลให้จอดข้างทาง ก่อนจะเดินลงมาต่อว่าเจ้าหน้าที่

 

ด้านเจ้าหน้าที่พยาบาลพยายามอธิบายและร้องขอให้รถพยาบาลเข้าไปรับผู้ป่วยก่อน เนื่องจากอาการวิกฤตและหยุดหายใจ แต่นายสัมฤทธิ์กลับไม่ยินยอม แม้เจ้าหน้าที่พยาบาลจะบอกว่าหากไม่เชื่อให้ขับรถตามหลังมาตรวจสอบจะได้รู้ว่ามีผู้ป่วยจริงไหม

 

ต่อมามีการเผยแพร่คลิปวิดีโออีกมุมที่มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ ขณะเจ้าหน้าที่ทั้งทีมกู้ชีพและกู้ภัยพยายามช่วยกันปั๊มหัวใจ เพื่อยื้อชีวิตให้กับผู้ป่วยรายหนึ่งเป็นชายอายุ 46 ปี ระหว่างที่รอรถพยาบาลกู้ชีพจาก รพ.สมุทรปราการ มารับตัว สุดท้ายผู้ป่วยรายนี้เสียชีวิตระหว่างทาง

 

แต่หลังจากที่นายสัมฤทธิ์แยกย้ายกับรถพยาบาลแล้ว นายสัมฤทธิ์ได้โทรไปยังศูนย์สั่งการระบบบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อร้องเรียนกล่าวหารถพยาบาล โดยอ้างว่ารถพยาบาลคันดังกล่าวไม่มีเหตุฉุกเฉิน แต่เปิดสัญญาณไฟและเสียง เพราะไม่ได้ขับเร็ว หากมีเหตุจริงจะต้องขับเร็วกว่านี้ เจ้าหน้าที่กู้กัยและทีมกู้ชีพจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี

 

กระทั่งเวลา 22.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าจับกุมนายสัมฤทธิ์ที่บ้านพัก พร้อมกับพบรถคันก่อเหตุจอดอยู่ที่หน้าบ้านพัก ทันทีที่เจ้าตัวพบตำรวจและจะถูกคุมตัวส่งโรงพักดำเนินคดีถึงกับหน้าซีด ฝ่ายมารดาขอร้องเจ้าหน้าที่ไม่ให้จับกุมตัวลูกชาย เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายสัมฤทธิ์ไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด พบว่าเกินกว่ากฎหมายกำหนด สูงถึง 190 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น จึงถูกคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถกีดขวางเส้นทางรถพยาบาล เข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 76 ระบุว่า เมื่อเห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน จะต้องให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

 

นอกจากนี้ อาจถูกแจ้งข้อหาหนัก คือเข้าข่ายกระทำความผิดโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือกระทำโดยเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่พยาบาลได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางด้านพนักงานสอบสวนแล้ว ขณะที่มีรายงานว่าทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตเตรียมแจ้งความเอาผิดเพิ่มด้วยเช่นกัน

 

ด้าน น.ส.สุเบญจา บวรพรเกษม พยาบาลวิชาชีพ ที่อยู่ในรถพยาบาลคันเกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะที่รถพยาบาลกำลังเดินทางกลับมาจากส่งผู้ป่วยเคสแรก เมื่อมาถึงหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ ศูนย์สั่งการได้วิทยุเรียกแจ้งว่ามีผู้ป่วยฉุกเฉินกำลังทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอยู่ จึงเดินทางไปยังบ้านผู้ป่วย โดยการเปิดสัญญาณไฟและเสียงฉุกเฉิน เมื่อรถพยาบาลผ่านพ้นแยกโค้งโพธิ์ สังเกตเห็นว่ามีรถคู่กรณีพยามขับตีคู่แข่งกับรถพยาบาลก่อนจะปาดหน้ากะทันหัน จึงตัดสินใจคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน

 

ขณะที่นายสัมฤทธิ์ ผู้ก่อเหตุ ยอมรับผิดและกล่าวคำขอโทษ สาเหตุที่ทำไปเพราะอ้างว่ารถพยาบาลจี้ตูดมา ยอมรับว่าเห็นไฟฉุกเฉินแต่อ้างว่าไม่ได้ยินเสียง เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวส่งเข้าห้องขังเพื่อรอสอบปากคำดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง