รีเซต

สรุป Apple Intelligence ใช้ฟรี ได้ ChatGPT-4o ฟรีแบบไม่ต้องสมัคร ! ปีนี้เป็นเบต้า ปีหน้ามาแน่ แล้วอุปกรณ์ไหนใช้ได้บ้าง ?

สรุป Apple Intelligence ใช้ฟรี ได้ ChatGPT-4o ฟรีแบบไม่ต้องสมัคร ! ปีนี้เป็นเบต้า ปีหน้ามาแน่ แล้วอุปกรณ์ไหนใช้ได้บ้าง ?
TNN ช่อง16
11 มิถุนายน 2567 ( 03:22 )
63
สรุป Apple Intelligence ใช้ฟรี ได้ ChatGPT-4o ฟรีแบบไม่ต้องสมัคร ! ปีนี้เป็นเบต้า ปีหน้ามาแน่ แล้วอุปกรณ์ไหนใช้ได้บ้าง ?

หลังจากที่ แอปเปิล (Apple) สร้างเสียงฮือฮากับการเปิดตัวเครื่องคิดเลขที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iPadOS 18 รุ่นใหม่ ภายในงานแถลงข่าว WWDC 2024 สำหรับนักพัฒนา (Developers) ก็ตามมาด้วยการเปิดตัวแอปเปิล อินเทลลิเจนซ์ (Apple Intelligence) ระบบปัญญาประดิษฐ์ของ Apple ที่มีข่าวลือว่าจะเปิดตัวในงาน WWDC ก่อนหน้านี้


Apple Intelligence ทำอะไรได้บ้าง

ภายในงานเปิดตัวได้ระบุความสามารถต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ใช้งานอุปกรณ์ Apple ทั้ง iPhone, iPad และ MacBook จะสามารถใช้งานหลากหลายฟีเชอร์ร่วมกันได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนี้


  1. 1. ChatGPT-4o ฟรี
    ในการเปิดตัวครั้งนี้ Apple ได้จับมือกับ OpenAI เพื่อผนวกความสามารถในการใช้งาน ChatGPT-4o ได้ฟรี โดยไม่ต้องสมัครบัญชีผู้ใช้เพิ่มเติม และสำหรับผู้ที่สมัครบริการเพิ่มเติมแบบรายเดือน (subscription) อยู่แล้ว Apple เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถผูกบัญชีของ OpenAI เพื่อนำความสามารถที่ไม่มีมาใช้เสริมได้ 


  1. 2. Siri สั่งงานด้วยเสียงฉลาดขึ้น 

Apple ได้ยกเครื่องความสามารถของ Siri ผู้ช่วยส่วนตัวที่สั่งงานด้วยเสียงทั้งหมด โดยผู้ใช้งานสามารถสั่งงานด้วยเสียงในรูปแบบภาษาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น และซับซ้อนมากขึ้นได้ รองรับการค้นหาข้อมูลภายในโทรศัพท์ เช่น การอ่านป้ายทะเบียน ค้นหารูปภาพจากข้อความที่บรรยาย รวมถึงสรุปขั้นตอนการทำงานฟีเชอร์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้ไม่ทราบให้เป็นหน้าต่างแสดงผล ตลอดจนทำงานตามที่สั่งการได้


  1. 3. Photos ลบพื้นหลังที่ไม่ต้องการ (คน/สิ่งของ) ได้

ความสามารถดังกล่าวเรียกว่า Clean Up โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกส่วนที่ไม่ต้องการบนรูปภาพเพื่อลบ และสร้างภาพพื้นหลังใหม่ไ้ด


4. Image Playground สร้างภาพจากแบบร่าง

 ผู้ใช้งานสามารถร่างภาพบนแอป Notes ด้วยฟีเชอร์ที่เรียกว่า Image Wand ซึ่งเป็นการรองรับการอ่านลายมือเพื่อร่างภาพ จากนั้นระบบจะแปลงร่างแบบภาพเป็นภาพใหม่ในลักษณะแบบการ์ตูน เพื่อการแสดงผลที่สวยงามขึ้นได้


  1. 5. Messages สรุปส่วนสำคัญจากข้อความที่ได้รับได้
  2. Apple Intelligence จะใช้ทักษะการสรุปกับการสรุปข้อความ SMS ต่าง ๆ ที่ได้รับในประเด็นสำคัญ คัดกรองข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์ (Spam) และร่างแบบตอบกลับให้ผู้ใช้ได้

  3. 6. Writing Tools จะมาเป็นผู้ช่วยเขียนข้อความ อีเมล เอกสารต่าง ๆ 
  4. ผู้ใช้งานสามารถใช้ความสามารถ Writing Tools ผ่านแอปพลิเคชันของ Apple เอง เช่น Mail, Messages, Keynote หรือ Pages ในการเขียนข้อความตั้งแต่ร่างเอกสารทั่วไป หนังสือแนะนำตัว (Cover Letter) ไปจนถึงเอกสารนำเสนอโครงการต่าง ๆ ได้

  5. 7. Genmoji สร้าง emoji ได้เอง 
  6. ความสามารถใหม่ของ Apple ที่ต้องการเสริมความคิดสร้างสรรค์ระหว่างสนทนา โดยผู้ใช้สามารถสร้างอิโมจิ (emoji) ใหม่ ๆ ที่ต้องการเป็นของตัวเองได้ เพียงแค่พิมพ์บรรยายลักษณะ emoji ที่ต้องการ


  1. 8. บันทึกเสียงการโทร

โดยเมื่อปลายสายอีกฝ่ายอนุญาตให้มีการบันทึกเสียงแล้ว ผู้ใช้สามารถบันทึกเสียง และนำบันทึกที่ได้สรุปการคุยโดยแสดงผลผ่านแอปพลิเคชัน Notes ได้


  1. 9. ค้นหาวิดีโอที่ต้องการด้วยการพิมพ์บรรยายได้แล้ว

จากความสามารถของ Apple Intelligence ที่เข้าถึงไฟล์ส่วนตัวได้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาวิดีโอที่ต้องการโดยการบรรยายลักษณะเหตุการณ์ในวิดีโอได้


Apple Intelligence ระบบ AI ที่เคารพ Privacy ผู้ใช้งาน

การเปิดตัว Apple Intelligence ได้เน้นย้ำถึงเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) จากกระแสการพัฒนา AI ที่ดึงข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้กับโมเดล AI จนเข้าข่ายละเมิดความเป็นส่วนตัว โดย Apple ระบุว่า Apple Intelligence มีความสามารถในการประมวลผลผ่านชิปบนอุปกรณ์ของ Apple เอง เพื่อหลีกเลี่ยงการประมวลผลผ่านระบบคลาวด์ โดยชิปที่รองรับคือ Apple Bionic A17 Pro และชิป Apple Silicon ตระกูล M ทั้ง M1 - M4 


อย่างไรก็ตาม คำสั่งที่ไม่สามารถประมวลผ่านชิปบนอุปกรณ์ได้ ก็สามารถใช้งาน Private Cloud Compute หรือระบบคลาวด์ประมวลผลส่วนตัวได้ โดย Private Cloud Compute จะเป็นระบบคลาวด์ที่ถูกแยกส่วนพื้นที่ประมวลผลและเข้ารหัส (Cryptography) เอาไว้ โดยรหัสที่ว่านี้จะมีเพียงอุปกรณ์ Apple ของผู้ใช้งานเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ ต่างจากระบบคลาวด์สำหรับ AI โมเดลอื่น ๆ ที่ใช้ระบบคลาวด์ร่วมกันเพื่อเก็บข้อมูลเป็นส่วนเดียวกัน


Apple Intelligence ใช้งานได้เมื่อไหร่ 

Apple ระบุว่า สำหรับสมาชิกโปรแกรมนักพัฒนา Apple สามารถใช้งาน macOS Sequoia รุ่นเบต้าสำหรับนักพัฒนาได้ที่ developer.apple.com ตั้งแต่ 11 มิถุนายนเป็นต้นไป 


สำหรับบุคคลทั่วไป สามารถใช้งานรุ่นเบต้าผ่าน Apple Beta Software Program ได้ในเดือนหน้าที่ beta.apple.com บน iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max และ iPad และ Mac ที่มีชิป M1 และใหม่กว่า 


ส่วนรุ่นที่พร้อมใช้งานจริง จะเริ่มใช้งานได้ภายในปีนี้ ในรูปแบบของการอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรีต่อไป


อุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence

Apple Intelligence จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์ของ Apple ได้แก่ iOS 18 สำหรับ iPhone, iPadOS 18 สำหรับ iPad และ macOS Sequoia (ซีควอยอา) สำหรับ MacBook ที่ใช้ชิป A17 Pro, Apple Silicon ซึ่งมีรายชื่ออุปกรณ์ที่ตรงตามเงื่อนไข ดังนี้


iPhone

  1. 1. iPhone 15 Pro
  2. 2. iPhone 15 Pro Max

  3. iPad

  4. 1. iPad Air M1 (2018)
  5. 2. iPad Air M2 (2024)

  6. 3. iPad Pro M1 (2018) 
  7. 4. iPad Pro M2 (2022)
  8. 5. iPad Pro M4 (2024)

  9. Mac

  10. 1. MacBook Air M1 (2020) 
  11. 2. MacBook Air M2 (2022)

  12. 3. MacBook Pro M1 13" (2020)
  13. 4. MacBook Pro M1 Pro 14"/16" (2021)
  14. 5. MacBook Pro M2 13" (2022)

  15. 6. MacBook Pro M2 Pro 14"/16" (2023)
  16. 7. MacBook Pro M2 Max 14"/16" (2023)
  17. 8. MacBook Pro M2 Ultra 14"/16" (2023)

  18. 9. MacBook Pro M3 14"/16" (2023)
  19. 10. MacBook Pro M3 Pro 14"/16" (2023)
  20. 11. MacBook Pro M3 Max 14"/16" (2023)

  21. 12. Mac mini M1 (2020)
  22. 13. Mac mini M2 Pro (2023)

  23. 14. Mac Studio M1 Max (2021)
  24. 15. Mac Studio M1 Ultra (2022)
  25. 16. Mac Studio M2 Max (2023)
  26. 17. Mac Studio M2 Ultra (2023)

  27. 18. Mac Pro M2 Ultra (2023)


ข้อมูลและภาพจาก Apple Newsroom

ข่าวที่เกี่ยวข้อง