“ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจำปี” ทรงพลังสุดขีด จับตาหักเลี้ยวถล่ม “ญี่ปุ่น”

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “จำปี” ทวีกำลังรุนแรงถึงระดับ 5 ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางเกือบ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่นักอุตุนิยมวิทยาจับตาเส้นทางพายุอย่างใกล้ชิด หลังแบบจำลองพยากรณ์ยังมีความเห็นแตกต่างกัน โดยมีความเป็นไปได้ทั้งการเปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าญี่ปุ่น และการเคลื่อนตัวเข้าใกล้ไต้หวัน
ขณะนี้ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างจากฐานทัพอากาศคาเดนะ บนเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น ไปทางทิศใต้ค่อนไปทางตะวันออกประมาณ 1,080 กิโลเมตร และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 28 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจำปีมีโครงสร้างที่สมบูรณ์และทรงพลังอย่างยิ่ง โดยกลุ่มเมฆพายุแผ่กระจายตัวอย่างสมมาตรรอบศูนย์กลาง มีแนวเมฆฝนฟ้าคะนองหมุนวนเป็นเกลียวอย่างชัดเจน ขณะที่ตาพายุมีลักษณะกลมเด่นชัดและกำลังหดตัวลง โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 56 กิโลเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะที่สะท้อนถึงการจัดระเบียบของระบบพายุที่มีความรุนแรงสูง
ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้พายุจำปีทวีกำลังอย่างรวดเร็ว คืออุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงถึง 30–31 องศาเซลเซียส ประกอบกับปริมาณพลังงานความร้อนสะสมในมหาสมุทรที่อยู่ในระดับสูง กระแสลมเฉือนในแนวดิ่งที่มีกำลังอ่อน และการระบายอากาศบริเวณชั้นบรรยากาศระดับสูงที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้พายุสามารถรักษาโครงสร้างที่แข็งแกร่งและสะสมพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักอุตุนิยมวิทยากำลังจับตามองมากที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่เพียงความรุนแรงของพายุ แต่ยังรวมถึงทิศทางการเคลื่อนตัวในช่วงหลายวันข้างหน้า ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง
JTWC ประเมินว่า ในระยะแรกพายุจำปีจะยังคงเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ก่อนที่ความเร็วในการเคลื่อนตัวจะลดลงเมื่อเข้าสู่บริเวณที่แนวความกดอากาศสูงกึ่งเขตร้อนอ่อนกำลังลง จากนั้นพายุมีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทางขึ้นเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือภายในช่วง 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า โดยเส้นทางคาดการณ์หลักจาก JTWC ในรายงานฉบับดังกล่าวชี้ว่า พายุอาจเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะคิวชู ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น และอาจขึ้นฝั่งในช่วงประมาณวันที่ 25–26 ตุลาคม ก่อนเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นพายุโซนร้อน
แต่ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหนึ่งสถานการณ์ที่ไม่สามารถมองข้ามได้ หากแนวความกดอากาศสูงกึ่งเขตร้อนกลับมาแผ่ขยายตัวไปทางทิศตะวันตกเร็วกว่าที่คาด อาจส่งผลให้พายุไม่สามารถหักเลี้ยวขึ้นเหนือได้ตามแบบจำลองหลัก และยังคงเคลื่อนตัวต่อไปในทิศทางที่เข้าใกล้ไต้หวันแทน
ความไม่แน่นอนดังกล่าวสะท้อนผ่านผลการพยากรณ์ของแบบจำลองอุตุนิยมวิทยาหลายระบบ รวมถึงแบบจำลองที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการคำนวณเส้นทางพายุ โดย JTWC ให้น้ำหนักกับแนวโน้มที่พายุจะหักเลี้ยวขึ้นไปทางญี่ปุ่น ซึ่งสอดคล้องกับแบบจำลอง AI ของ Google DeepMind แต่ยังพบความแตกต่างอย่างมากในเรื่องความเร็วในการเคลื่อนตัวของพายุ
สำหรับแนวโน้มความรุนแรงของพายุ JTWC คาดว่า หลังจากนี้ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจำปีจะเริ่มอ่อนกำลังลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอาจลดลงเหลือประมาณ 287 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 12 ชั่วโมง และ 278 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนลดลงเหลือประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วง 36 ชั่วโมงข้างหน้า
สาเหตุสำคัญที่ทำให้พายุมีแนวโน้มอ่อนกำลังลง ได้แก่ ปริมาณความร้อนสะสมในมหาสมุทรที่ลดลง การเคลื่อนตัวช้าของพายุซึ่งทำให้น้ำทะเลใต้ศูนย์กลางเย็นตัวลง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของกระแสลมเฉือนและการแทรกตัวของอากาศแห้งเข้าสู่ระบบพายุ อย่างไรก็ตาม หากพายุเคลื่อนผ่านบริเวณทะเลที่มีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ ก็อาจทำให้กระบวนการอ่อนกำลังเกิดขึ้นช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ชั่วคราว
ทั้งนี้ แม้แบบจำลองบางส่วนจะประเมินว่าพายุมีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทางขึ้นไปทางญี่ปุ่น แต่ข้อมูลจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาอื่นยังสะท้อนถึงความเสี่ยงต่อพื้นที่ใกล้ไต้หวัน โดยหอสังเกตการณ์ฮ่องกงรายงานว่า พายุจำปีมีแนวโน้มเคลื่อนผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเข้าสู่บริเวณทะเลทางตะวันออกของไต้หวันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
สถานการณ์ของซูเปอร์ไต้ฝุ่นจำปีจึงยังจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ไต้หวัน หมู่เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น และเกาะคิวชู เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของระบบความกดอากาศสูงอาจส่งผลต่อทิศทางพายุอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้พื้นที่ที่ต้องเผชิญกับลมพายุรุนแรง ฝนตกหนัก และคลื่นทะเลสูงเปลี่ยนแปลงไปจากการคาดการณ์เดิมได้ อย่างไรก็ตาม พายุลูกนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
