ฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ยึดหลัก “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”

เรารู้อะไรแล้วบ้าง ?
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีในเยเมน เมื่อวานนี้ (20 กรกฎาคม) ฮูตีประกาศว่าจะ “ปิดล้อม” ทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้การโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงซานาของเยเมนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การประกาศดังกล่าวถือเป็นการเปิดฉากของสงครามระยะใหม่ที่ยืดเยื้อระหว่างกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กับกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติมาตั้งแต่ปี 2015
ความขัดแย้งนี้ถูกจับตามองว่านี่อาจเป็นการเปิด “แนวรบใหม่” ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าจะสิ้นสุดลง และการที่ฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลซาอุดีอาระเบียก็กำลังสร้างความกังวลว่าอาจเกิดความปั่นป่วนต่อตลาดพลังงานโลกอีกครั้ง
กลุ่มฮูตีประกาศอะไรบ้าง ?
ในแถลงการณ์ล่าสุดเมื่อวานนี้ (20 กรกฎาคม) กลุ่มฮูตีระบุว่าการประกาศมาตรการปิดล้อมทางทะเลเป็นไปตามหลัก “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” พร้อมยืนยันว่าประชาชนเยเมนมีสิทธิที่จะตอบโต้การปิดล้อม ด้วยการปิดล้อมและตอบโต้การยกระดับสถานการณ์ด้วยการยกระดับเช่นกัน ถ้อยแถลงที่ดุดันนี้ไม่ต่างกับเป็นการสัญญาณว่าฮูตีพร้อมจะเผชิญหน้าโดยตรงและรุนแรงกับฝั่งซาอุดีอาระเบีย
สำหรับกลุ่มฮูตีซึ่งยึดกรุงซานาเมืองหลวงของเยเมน ได้ในปี 2014 ยังกล่าวว่าผู้นำซาอุดีอาระเบียได้ใช้มาตรการ “ปิดล้อมที่ไม่เป็นธรรมและกดขี่” เยเมนมาเกือบ 12 ปี ทั้งปล้นทรัพยากรและปิดกั้นท่าเรือและสนามบินของเยเมนอย่างครอบคลุมทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ กลุ่มฮูตียังประกาศว่าพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับทุกทางเลือกและเตือนว่า การกระทำใด ๆ ที่ “โง่เขลา” ของซาอุดีอาระเบียจะได้รับการตอบโต้ที่ครอบคลุมและเด็ดขาด ไม่เพียงเท่านี้ ฮูตียังเรียกร้องให้ชาวเยเมนเดินหน้าระดมกำลังและเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ รวมถึงสนับสนุนแนวรบด้วยกำลังด้วย
ชนวนความขัดแย้งครั้งนี้ ?
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้มีขึ้นไม่กี่วัน หลังจากกลุ่มฮูตีกล่าวว่าซาอุดีอาระเบียโจมตีสนามบินในกรุงซานา แม้ว่ารัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติจะออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการโจมตี โดยระบุว่าเป็นการป้องกันไม่ให้ “เครื่องบินของอิหร่าน” ลงจอดในกรุงซานา
แต่เพื่อตอบโต้การโจมตี กลุ่มฮูตีกลับยิงขีปนาวุธแบบทิ้งตัวโจมตีสนามบินนานาชาติอับฮาของซาอุดีอาระเบีย แต่กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธดังกล่าวได้สำเร็จ นอกจากนี้ ยังเกิดการสู้รบระหว่างกองกำลังฮูตีกับกองกำลังรัฐบาลเยเมนในเมืองโฮไดดาห์ ซึ่งทำให้สถานการณ์สงบที่เปราะบางตลอด 4 ปี นับตั้งแต่มีการลงนามข้อตกลงพักรบชั่วคราว ตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างน่ากังวล
ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เกี่ยวด้วยหรือไม่ ?
ยังไม่ชัดเจนว่าการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียที่ฮูตีประกาศนั้นจะมีการบังคับใช้อย่างไร หรือการประกาศครั้งนี้ อาจเป็นสัญญาณว่ากลุ่มจะกลับมาโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงนอกชายฝั่งเยเมนอีกครั้งหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไร “ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดคอขวดที่สำคัญของโลกอาจตกอยู่ในความเสี่ยง
ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เป็นจุดที่เชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก รวมถึงเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมัน ช่องแคบแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างเยเมนทางตะวันออกเฉียงเหนือ กับประเทศจิบูตีและเอริเทรียในแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ โดยจุดที่แคบที่สุด มีความกว้างเพียงประมาณ 29 กิโลเมตร ทำให้การเดินเรือที่มุ่งหน้าเข้าและออกจากคลองสุเอซต้องใช้ช่องทางเดินเรือ 2 ช่อง โดยในปี 2024 มีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประมาณ 4.1 พันล้านบาร์เรล ผ่านช่องแคบแห่งนี้ คิดเป็นราว 5% ของปริมาณทั้งหมดทั่วโลก
เมื่อเปรียบเทียบแล้ว หากช่องแคบฮอร์มุซซึ่งถูกปิดกั้นนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน เริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ การปิดช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ก็อาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซถึง 25% ของอุปทานโลกด้วยเช่นกัน
แล้วการปิดล้อมนี้จะส่งผลอย่างไรต่อซาอุดีอาระเบีย ?
การประกาศของฮูตีมีแนวโน้มที่จะสร้างอุปสรรคเพิ่มเติมต่อการส่งออกน้ำมัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจซาอุดีอาระเบียในฐานะประเทศเศรษฐีน้ำมัน
นับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน และช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ซาอุดีอาระเบียพยายามหาเส้นทางส่งออกน้ำมันทางเลือกและหนึ่งในทางออกคือ ท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก ( East-West Pipeline) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปิโตรไลน์ (Petroline) ซึ่งสร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1980 โดยท่อส่งน้ำมันนี้มีความยาวประมาณ 1,201 กิโลเมตร ทอดยาวจากแหล่งน้ำมัน “อับไกก์” ทางตะวันออก ข้ามประเทศไปยังเมืองท่าญานบูบนชายฝั่งทะเลแดงทางตะวันตก
ท่อส่งน้ำมันแห่งนี้สามารถลำเลียงน้ำมันได้ประมาณ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากนั้นเรือบรรทุกน้ำมันจะขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ไปยังตลาดสำคัญในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งหากฮูตีประกาศปิดช่องแคบอัล-มันเดบ เพื่อตอบโต้ซาอุดีอาระเบีย ก็จะทำให้กระบวนการส่งน้ำมันดังกล่าวหยุดชะงักซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหลักของซาอุดีอาระเบียอย่างเลี่ยงไม่ได้
ขณะที่ข้อมูลของ Kpler แพลตฟอร์มข้อมูลการติดการเคลื่อนย้ายพลังงาน ระบุว่า ปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั้งหมดที่ขนส่งผ่านช่องแคบบับ อัล-มันเดบ อยู่ที่ประมาณ 7.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คิดเป็นราว 7% ของผลผลิตน้ำมันโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากประมาณ 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีที่แล้ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
