รีเซต

ทำไมต้อง "เฉิงตู" ? เปิดรายละเอียด ทีมไทยแลนด์" พร้อมเอกชน150 คน ลุยจีนดึงลงทุน

ทำไมต้อง "เฉิงตู" ? เปิดรายละเอียด ทีมไทยแลนด์" พร้อมเอกชน150 คน ลุยจีนดึงลงทุน
TNN ช่อง16
18 กรกฎาคม 2569 ( 16:38 )
14

"อนุทิน" นำทีมไทยแลนด์บุกเฉิงตู เปิดเกมดึงลงทุน AI–เซมิคอนดักเตอร์–EV นำเอกชนไทยกว่า 150 คน ปักหมุด BOI แห่งใหม่ในจีนตะวันตก


รัฐบาลไทยเดินหน้ารุกตลาดจีนตะวันตกเต็มรูปแบบ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะ "ทีมไทยแลนด์" พร้อมรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้นำภาคเอกชนไทยกว่า 150 คน จากกว่า 40 บริษัท เปิดสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ณ นครเฉิงตู อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดเวที Thailand–China (Sichuan) Investment and Economic Forum ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 750 คน เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีระหว่างไทยกับจีน


เปิด BOI เฉิงตู ดึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าไทย


นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI เปิดเผยว่า การจัดตั้งสำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู ถือเป็นสำนักงานต่างประเทศแห่งที่ 18 ของ BOI และเป็นฐานปฏิบัติการเชิงรุกแห่งใหม่ในพื้นที่จีนตะวันตก ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของจีน


สำนักงานแห่งนี้จะมุ่งเข้าถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและนักลงทุนคุณภาพ เพื่อดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่


* เซมิคอนดักเตอร์

* อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

* ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

* หุ่นยนต์

* ซอฟต์แวร์

* การบินและอวกาศ

* เทคโนโลยีชีวภาพ

* ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

* พลังงานสะอาด


เป้าหมายสำคัญคือยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เพิ่มมูลค่าการผลิต และเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก


นายกฯ ชูไทยเป็นฐานลงทุนของอาเซียน


ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษ นายกรัฐมนตรีระบุว่า การเปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับความร่วมมือกับจีน โดยเฉพาะมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของจีน


รัฐบาลเชื่อว่าการผสานจุดแข็งของมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีนตะวันตก เข้ากับศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางอาเซียน จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต


นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า ไทยพร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีคุณภาพ ผ่านนโยบายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่


* เร่งรัดการอนุมัติโครงการผ่านกลไก Thailand FastPass

* พัฒนาบุคลากรทักษะสูงและยกระดับผู้ประกอบการไทย

* เสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในประเทศควบคู่กับการลงทุนจากต่างชาติ




เสฉวนพร้อมจับมือไทย ขยายความร่วมมือรอบด้าน


ด้าน นางซือ เสี่ยวหลิน ผู้ว่าการมณฑลเสฉวน กล่าวว่า ไทยและจีนเป็นทั้งเพื่อนบ้านและหุ้นส่วนที่สำคัญ พร้อมสนับสนุนให้ความสัมพันธ์อันดีแปรเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกัน


เธอระบุว่า ไทยมีศักยภาพโดดเด่นด้านยานยนต์ เกษตร และอาหาร ขณะที่เสฉวนมีความแข็งแกร่งด้านอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และทรัพยากร จึงพร้อมขยายความร่วมมือในหลายด้าน ทั้งการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว


นำเอกชนไทยกว่า 150 คน เชื่อมธุรกิจไทย-จีน


ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นการนำคณะภาคเอกชนไทยเดินทางร่วมรัฐบาลไปต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง โดยมีผู้แทนจาก


* สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

* หอการค้าไทย

* สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

* หอการค้าไทย-จีน

* บริษัทชั้นนำด้านพลังงาน

* อาหารและเกษตร

* สุขภาพและเวลเนส

* เคมีภัณฑ์

* ชิ้นส่วนยานยนต์

* นิคมอุตสาหกรรม

* สถาบันการเงิน


ภายในงานมีทั้งการนำเสนอศักยภาพการลงทุนของไทยและเสฉวน การแบ่งปันประสบการณ์ของบริษัทไทยในจีนและบริษัทจีนในไทย รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า เทคโนโลยี และซัพพลายเชน


เฉิงตู ฐานเทคโนโลยีสำคัญของจีนตะวันตก


BOI ระบุว่า นครเฉิงตูได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ เนื่องจากเป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ซึ่งมีประชากรกว่า 80 ล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของจีน


พื้นที่ดังกล่าวเป็นแกนหลักของ "Chengdu–Chongqing Economic Circle" ซึ่งรัฐบาลจีนผลักดันให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งใหม่ของประเทศ


นอกจากนี้ ยังเป็นฐานอุตสาหกรรมสำคัญของจีนในด้านเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซอฟต์แวร์ AI หุ่นยนต์ การบินและอวกาศ เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์พลังงานใหม่ และพลังงานสะอาด ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย


อีกปัจจัยสำคัญคือบทบาทด้านโลจิสติกส์ โดยเสฉวนเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างจีนตะวันตกกับอาเซียน ผ่านโครงการ "New International Land–Sea Trade Corridor" และเขตเศรษฐกิจ "Chengdu–Chongqing Economic Circle" ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสด้านการขนส่งสินค้า การพัฒนาซัพพลายเชน และการขยายตลาดของทั้งสองประเทศ



จีนยังเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งของไทย


ข้อมูลของ BOI ระบุว่า ในปี 2568 นักลงทุนจีนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทย 982 โครงการ คิดเป็น 41% ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด และมีมูลค่ารวมกว่า 172,000 ล้านบาท


ขณะที่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 จีนยังคงเป็นประเทศที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด จำนวน 155 โครงการ คิดเป็น 36% ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศ มูลค่ารวมกว่า 17,300 ล้านบาท


นายนฤตม์กล่าวว่า สำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู จะทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการเชิงรุกในการเข้าถึงบริษัทเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นทาง เพื่อคัดเลือกการลงทุนที่มีคุณภาพ ไม่เพียงเพิ่มจำนวนโครงการ แต่ต้องเป็นการลงทุนที่มีเทคโนโลยี นวัตกรรม และสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนโลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน.

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง