พายุถล่มโปรตุเกสไม่หยุด คร่าอย่างน้อย 16 ชีวิต อพยพนับพัน ปชช.จี้รัฐเร่งรับมือวิกฤตอากาศ

โปรตุเกสกำลังเผชิญแรงกดดันให้เร่งจัดทำแผนปรับตัวต่อภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ หลังพายุรุนแรงพัดถล่มต่อเนื่องยาวนานผิดปกติ คร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 16 ราย ทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนไม่มีไฟฟ้าใช้ และสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ
พื้นที่เมืองโกอิมบรา (Coimbra) ทางตอนกลางของประเทศต้องอพยพประชาชนมากกว่า 3,000 คน หลังแม่น้ำมอนเดโก (Mondego) มีระดับน้ำสูงถึงจุดวิกฤต ขณะที่ทางหลวงสายหลัก A1 บางช่วงพังถล่มลง หลังคันกั้นน้ำแตกจากแรงดันน้ำท่วม
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น “พายุที่ยาวนานที่สุดในความทรงจำของผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่” โดยเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ ทำให้ประชาชนราว 33,000 คนไฟฟ้าดับ และประเมินความเสียหายเบื้องต้นสูงถึง 775 ล้านยูโร
นางมาเรีย ลูเซีย อามาราล รัฐมนตรีมหาดไทยของโปรตุเกส ประกาศลาออกท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างหนักต่อการบริหารจัดการวิกฤต โดยระบุว่า ตนเองไม่มี “เงื่อนไขส่วนตัวและทางการเมืองที่จำเป็น” ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศเตือนว่า โปรตุเกสยังไม่พร้อมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดบ่อยขึ้นในคาบสมุทรไอบีเรีย ศาสตราจารย์ “เปโดร มาตุส โซอาเรส” นักฟิสิกส์บรรยากาศ ระบุว่า ประเทศยังวางแผนการใช้ที่ดินโดยอิงสภาพภูมิอากาศในศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ทั้งที่ปัจจุบันสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไปแล้วอย่างมาก
ขณะเดียวกัน องค์กรภาคประชาสังคม “Building 4Humanity” ซึ่งรวมสถาปนิกและวิศวกร ได้จัดทำคู่มือสอนซ่อมแซมหลังคาอย่างปลอดภัย หลังพบว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากจากการพยายามปีนขึ้นไปซ่อมบ้านที่เสียหายจากพายุ
รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีลูอิส มอนเตเนโกร เผชิญเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านและพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัด ที่มองว่าการรับมือวิกฤตยังไม่มีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน สเปนซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านก็ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรงเช่นกัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยระดับสีส้มและสีแดงบริเวณชายฝั่งทางเหนือ เตือนคลื่นสูงถึง 9 เมตร ในแคว้นกาตาลุญญามีผู้บาดเจ็บ 34 คน โรงเรียนบางแห่งต้องปิดการเรียนการสอน และยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ทางการได้ส่งสัญญาณเตือนฉุกเฉินไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น
เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความท้าทายของประเทศในยุโรปตอนใต้ที่ต้องเผชิญทั้งไฟป่าและพายุรุนแรงบ่อยครั้งขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในภูมิภาค
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
