โกลเบล็กชี้เป้าทองคำ 4,800 ดอลลาร์ฯ แนะกลยุทธ์เทรดระยะสั้น รับมือเงินเฟ้อพุ่ง-ดอกเบี้ยเฟด

ราคาทองคำในช่วงเช้าวันนี้ (21 พ.ค. 69) ทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 4,544 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยยังคงยืนหยัดเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่แกว่งตัวบวกลบอยู่ในระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ขณะที่ตลาดกำลังจับตาการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของนายเควิน วอช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ในวันพรุ่งนี้
คุณณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประเมินทิศทางราคาทองคำว่า ขณะนี้ราคาแกว่งตัวตามสถานการณ์สงครามเป็นหลัก โดยสงครามอิหร่านใกล้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย หากการเจรจาไม่สำเร็จก็มีการขู่ปิดฉากลง อย่างไรก็ตาม ตลาดส่วนใหญ่มองว่ามีโอกาสเจรจาสำเร็จมากกว่า เนื่องจากสถานการณ์ยืดเยื้อมานานจนเกิดความเหนื่อยล้า
อีกหนึ่งปัจจัยกดดันสำคัญคือตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยในเดือนเมษายนพุ่งแตะ 3.8% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.7% ซึ่งมีสาเหตุหลักจากทิศทางราคาน้ำมัน ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมมีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 4% - 4.2% สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นไปแตะระดับ 4.6% สูงสุดในรอบ 1 ปี ทำให้นักลงทุนเริ่มประเมินว่าดอกเบี้ยนโยบายอาจยังไม่ลดลง และมีโอกาสปรับขึ้นได้
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก FedWatch Tool สะท้อนว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 40% (แม้จะยังไม่เกิน 50% จึงยังไม่ให้น้ำหนักเต็มที่) ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง JP Morgan ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำลงจาก 5,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เหลือ 5,245 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนทาง บล.โกลเบล็ก ให้ราคาเป้าหมายแบบอนุรักษ์นิยม (Conservative) สำหรับปีนี้ไว้ที่ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
กลยุทธ์การลงทุน
บล.โกลเบล็ก ประเมินว่าตลาดทองคำในช่วงนี้ยังไม่เป็นขาขึ้น (Bullish) ชัดเจน จึงแนะนำนักลงทุนเน้นกลยุทธ์ "เทรดดิ้งระยะสั้น" (Trading)
เก็งกำไรระยะสั้น เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 100 เหรียญ แนะนำหาจังหวะเข้าซื้อที่แนวรับ 4,500 หรือ 4,440 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และขายทำกำไรที่แนวต้าน 4,550 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ไปจนถึงกรอบ 4,600 - 4,650 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
นักลงทุนระยะยาว แนะนำให้ชะลอการลงทุน และรอจังหวะเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาปรับฐานลงไปที่ระดับ 4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ถ้วน
ทั้งนี้ นักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นตัวแปรหลักที่กระทบต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงต้องจับตานโยบายของประธานเฟดคนใหม่ เนื่องจากการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยต้องอาศัยมติโหวตจากคณะกรรมการ ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินทิศทางต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
