รีเซต

โกลเบล็กชี้เป้าทองคำ 4,800 ดอลลาร์ฯ แนะกลยุทธ์เทรดระยะสั้น รับมือเงินเฟ้อพุ่ง-ดอกเบี้ยเฟด

โกลเบล็กชี้เป้าทองคำ 4,800 ดอลลาร์ฯ แนะกลยุทธ์เทรดระยะสั้น รับมือเงินเฟ้อพุ่ง-ดอกเบี้ยเฟด
TNN ช่อง16
21 พฤษภาคม 2569 ( 11:11 )
9

ราคาทองคำในช่วงเช้าวันนี้ (21 พ.ค. 69) ทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 4,544 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยยังคงยืนหยัดเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่แกว่งตัวบวกลบอยู่ในระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ขณะที่ตลาดกำลังจับตาการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของนายเควิน วอช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ในวันพรุ่งนี้

คุณณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประเมินทิศทางราคาทองคำว่า ขณะนี้ราคาแกว่งตัวตามสถานการณ์สงครามเป็นหลัก โดยสงครามอิหร่านใกล้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย หากการเจรจาไม่สำเร็จก็มีการขู่ปิดฉากลง อย่างไรก็ตาม ตลาดส่วนใหญ่มองว่ามีโอกาสเจรจาสำเร็จมากกว่า เนื่องจากสถานการณ์ยืดเยื้อมานานจนเกิดความเหนื่อยล้า

อีกหนึ่งปัจจัยกดดันสำคัญคือตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยในเดือนเมษายนพุ่งแตะ 3.8% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.7% ซึ่งมีสาเหตุหลักจากทิศทางราคาน้ำมัน ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมมีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 4% - 4.2% สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นไปแตะระดับ 4.6% สูงสุดในรอบ 1 ปี ทำให้นักลงทุนเริ่มประเมินว่าดอกเบี้ยนโยบายอาจยังไม่ลดลง และมีโอกาสปรับขึ้นได้

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก FedWatch Tool สะท้อนว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 40% (แม้จะยังไม่เกิน 50% จึงยังไม่ให้น้ำหนักเต็มที่) ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง JP Morgan ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำลงจาก 5,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เหลือ 5,245 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนทาง บล.โกลเบล็ก ให้ราคาเป้าหมายแบบอนุรักษ์นิยม (Conservative) สำหรับปีนี้ไว้ที่ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน

บล.โกลเบล็ก ประเมินว่าตลาดทองคำในช่วงนี้ยังไม่เป็นขาขึ้น (Bullish) ชัดเจน จึงแนะนำนักลงทุนเน้นกลยุทธ์ "เทรดดิ้งระยะสั้น" (Trading)

  • เก็งกำไรระยะสั้น เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 100 เหรียญ แนะนำหาจังหวะเข้าซื้อที่แนวรับ 4,500 หรือ 4,440 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และขายทำกำไรที่แนวต้าน 4,550 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ไปจนถึงกรอบ 4,600 - 4,650 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

  • นักลงทุนระยะยาว แนะนำให้ชะลอการลงทุน และรอจังหวะเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาปรับฐานลงไปที่ระดับ 4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ถ้วน

ทั้งนี้ นักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นตัวแปรหลักที่กระทบต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงต้องจับตานโยบายของประธานเฟดคนใหม่ เนื่องจากการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยต้องอาศัยมติโหวตจากคณะกรรมการ ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินทิศทางต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง