รีเซต

กต. เตือนคนไทยในอิหร่านและอิสราเอล ออกจากพื้นที่เสี่ยงด่วน

กต. เตือนคนไทยในอิหร่านและอิสราเอล ออกจากพื้นที่เสี่ยงด่วน
TNN ช่อง16
28 กุมภาพันธ์ 2569 ( 19:29 )
18

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างเต็มรูปแบบ ภายหลังเกิดเหตุการณ์โจมตีกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน โดยกองกำลังอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา  ส่งผลให้กระทรวงการต่างประเทศไทยต้องออกประกาศคำแนะนำฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยแก่พลเมืองไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีความกังวลว่าความไม่สงบอาจขยายตัวเป็นวงกว้างและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

คำสั่งเร่งด่วนในพื้นที่สีแดง

จุดที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือประเทศอิหร่านและอิสราเอล ซึ่งรัฐบาลไทยระบุชัดเจนว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงหลัก โดยมีคำแนะนำให้คนไทยเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ในทันทีในขณะที่สายการบินพาณิชย์ยังคงเปิดให้บริการอยู่ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถหาทางเดินทางออกมาได้ ทางการเน้นย้ำให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่หลบภัยหรือ Shelter เพื่อป้องกันอันตรายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการของกองบัญชาการส่วนหน้าของอิสราเอลที่สั่งยุติกิจกรรมทุกชนิดและปิดสถานศึกษาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2569 นี้

แรงกระเพื่อมสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

ผลกระทบจากความตึงเครียดไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่คู่ขัดแย้งหลักเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปยังประเทศรอบข้างอย่างจอร์แดนและอิรัก โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน ได้ออกประกาศเตือนให้คนไทยเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตและหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าใกล้พื้นที่ชายแดนที่ติดกับอิสราเอล อิรัก ซีเรีย และปาเลสไตน์ รวมถึงแนะนำว่าหากพบเห็นวัตถุต้องสงสัยบนท้องฟ้าให้รีบหาที่กำบังและออกห่างจากหน้าต่างหรือระเบียงบ้านทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากการตกหล่นของซากขีปนาวุธที่อาจถูกสกัดกั้นในน่านฟ้า

มาตรการรับมือและช่องทางติดต่อ

สำหรับผู้ที่ไม่มีความจำเป็นยิ่งยวด ทางการไทยขอให้พิจารณาเลื่อนการเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากสถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูงและเปลี่ยนแปลงได้ในทุกนาที ทั้งนี้ กรมการกงสุลได้เปิดช่องทางช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านสายด่วน 0 2572 8442 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตในแต่ละพื้นที่ผ่านหมายเลข Hotline และช่องทางโซเชียลมีเดียเพื่อรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นภาษาไทยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง