เปิดใจ ‘แท็กซี่กะดึก’ ก่อนเคอร์ฟิวคืนแรก 'โควิด' เครียด รายได้ลด แต่ต้องสู้ดีกว่าไม่มีกิน

เปิดใจ ‘แท็กซี่กะดึก’ ก่อนเคอร์ฟิวคืนแรก 'โควิด' เครียด รายได้ลด แต่ต้องสู้ดีกว่าไม่มีกิน
มติชน
3 เมษายน 2563 ( 21:11 )
127
เปิดใจ ‘แท็กซี่กะดึก’ ก่อนเคอร์ฟิวคืนแรก 'โควิด' เครียด รายได้ลด แต่ต้องสู้ดีกว่าไม่มีกิน

เปิดใจ แท็กซี่กะดึก เคอร์ฟิวคืนแรก รับเครียดหนัก แทบไม่พอกินหลัง ‘โควิด’ บุก

แท็กซี่กะดึก – เมื่อวันที่ 3 เมษายน เวลาประมาณ 20.20 น. บรรยากาศทั่วไปในฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นวันแรกของการประกาศห้ามออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. -04.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณถนนพระรามที่ 2 ถนนจอมทอง และถนนเอกชัย รวมถึงบางช่วงของถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน การจราจรยังคับคั่ง โดยบนรถประจำทางของขสมก. อาทิ สาย 101 ครีมแเดง มีการประชาสัมพันธ์เวลาการเดินรถใหม่ด้วยการนำแผ่นป้ายติดตั้งในจุดต่างๆ รวมถึงพนักงานเก็บสตางค์ประจำรถได้เข้าพูดคุยกับผู้โดยสาร เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจ ส่วนรถสองแถวในพื้นที่ต่างๆ เช่น ดาวคะนอง-วัดสิงห์ แจ้งว่ามีการปรับเวลาให้บริการตามมาตรการของรัฐบาล

ในส่วนของแท็กซี่ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายสุพัฒน์ วงษ์ลา อายุ 54 ปี คนขับแท็กซี่กะดึก พื้นเพอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันพักอาศยในย่านวุฒากาศ ตลาดพลู กรุงเทพฯ

นายสุพัฒน์ กล่าวว่า โดยปกติตนขับแท็กซี่ในช่วง 17.00 น.-05.00 น. เมื่อรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว จึงจะปรับเวลาขับเป็น 14.00 น. สิ้นสุดก่อน 22.00 น. เพื่อเข้าที่พักตามมาตรการรัฐบาล ยอมรับว่ารู้สึกเครียดมาก วันนี้ได้เงินเพียงไม่กี่ร้อยบาท หักค่าเช่าแล้วคงเหลือแค่พอกินไปวันๆ แต่เข้าใจสถานการณ์และพร้อมให้ความร่วมมือ สำหรับช่วงที่ผ่านมานับแต่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 รายได้ลดลงกว่าครึ่ง เพราะคนไม่ขึ้นแท็กซี่ ส่วนหนึ่งทำงานที่บ้าน แต่ชีวิตตนต้องสู้ แม้ได้เพียง 100-200 ก็ดีกว่าไม่มี

“เครียด แต่จะทำยังไงได้ ก็ต้องสู้ไป ไม่มีกินก็กินมาม่า ค่าเช่าห้องรวมค่าน้ำค่าไฟราว 2,300-2,400 ยังมืดสนิทอยู่ มีลูกสาวเรียนป .4 อีกคนต้องดูแล ผมแยกทางกับภรรยาแต่ส่งลูกเรียนและให้เงินวันละ 70-80 บาท ถ้าเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงก็ต้องทำตาม แต่ยังไม่รู้จะหารายได้อย่างไร ลงทะเบียนขอรับเงิน 5,000 ไปแล้ว ไม่รู้จะได้หรือไม่ มีรถเก๋งเก่าๆอยู่คันหนึ่ง เอาไปรีไฟแนนซ์ไว้ ก็ยังไม่รู้ผล” นายสุพัฒน์กล่าว

นายสุพัฒน์กล่าวอีกว่า ชีวิตคนขับแท็กซี่มีความเสี่ยงมาก ตนพยายามป้องกันตนเองโดยสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ ทิชชู่เปียก และมีความคิดจะทำประกัน แต่ยังไม่มีเงิน

“ผมโทรไปถาม เขาบอกว่าแบบ 200 กว่าบาท เต็มหมดแล้ว เหลือแต่ 400 กว่าบาท จะกินไปวันๆ ยังไม่มี รถก็เช่าเขาขับ ทำอาชีพอื่นไม่เป็น เป็นแต่ขับรถ สมัยก่อนขับให้เจ้าของบริษัท แล้วออกมาขับแท็กซี่ตอนปี 46 ผมหวังว่าโควิดจะจบเร็วๆ เพราะถ้านานไปก็ไม่รู้ว่าชีวิตต่อไปจะเป็นอย่างไร” นายสุพัฒน์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง