มหาสมุทรร้อนทุบสถิติ ร้อนที่สุดในรอบ 1,000 ปี สัญญาณเตือนภัยพิบัติเริ่มแล้ว

งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Advances in Atmospheric Sciences ระบุว่า ในปี 2025 มหาสมุทรทั่วโลกดูดซับความร้อนในปริมาณมหาศาลและทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดยความร้อนมากกว่าร้อยละ 90 มาจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และถูกมหาสมุทรดูดซับเอาไว้ โดยนักวิทยาศาสตร์ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อคำนวณปริมาณความร้อนในชั้นน้ำลึกที่ระดับ 0-2,000 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการดูดซับความร้อนเอาไว้เป็นส่วนใหญ่ จากรายงานพบว่า ปริมาณความร้อนที่มหาสมุทรดูดซับไว้มีขนาดมากกว่า 200 เท่าของการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดทั่วโลก
แม้ว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นในมหาสมุทรไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แต่ในปี 2025 พื้นที่ในมหาสมุทรที่ร้อนที่สุดคือบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ โดยเฉพาะมหาสมุทรที่ล้อมรอบทวีปแอนตาร์กติกามีผลต่อการยุบตัวของน้ำแข็ง ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อมหาสมุทรอุ่นขึ้นจะมีผลต่อความเค็ม ความเป็นกรดของทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเปราะบางลงเสี่ยงต่อการล่มสลาย
นับตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 ที่มีการบันทึกอุณหภูมิในมหาสมุทร นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าปัจจุบันมหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงที่สุดในรอบ 1,000 ปี และอุ่นขึ้นในอัตราเร็วที่สุดในรอบ 2,000 ปี โดยข้อมูลล่าสุดคาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยที่พื้นผิวโลกในปี 2025 จะใกล้เคียงกับปี 2023 ซึ่งเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากปี 2024 แม้ว่าในช่วงปี 2025 จะอยู่ในภาวะลานีญาซึ่งเป็นช่วงที่วงจรของมหาสมุทรแปซิฟิกเย็นลงก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีผลต่ออุณหภูมิของมหาสมุทรอย่างที่ควรจะเป็น
ความร้อนจากมหาสมุทรก่อให้เกิดพายุเฮอริเคนและพายุไต้ฝุ่นรุนแรง เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมหนัก และคลื่นความร้อนในทะเลยาวนานขึ้นมากกว่าเดิม นอกจากนี้อุณหภูมิในมหาสมุทรที่สูงขึ้นยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น จากการขยายตัวของน้ำทะเล คุกคามพื้นที่ชายฝั่งและเมืองใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนจำนวนหลายพันล้านคนทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิในมหาสมุทรจะยังคงสร้างสถิติใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ หากไร้การควบคุมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่กำลังคุกคามระบบนิเวศและวิถีชีวิตของมนุษย์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
