“ซูเปอร์เอลนีโญ” ดันวิกฤตแล้ง–น้ำ–อาหาร ส่อหนักกว่าเดิม

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เตือนจากข้อมูลในอดีตตั้งแต่มีการจดบันทึก (พ.ศ. 2483) พบว่า ปรากฏการณ์ Super El Niño เกิดขึ้นเพียง 3 ครั้ง ได้แก่ ช่วงปี พ.ศ. 2525-2526, 2540-2541 และ 2558-2559 โดยครั้งล่าสุดได้ส่งผลให้อุณหภูมิในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นกว่า 2.3 องศาเซลเซียส และมีการบันทึกอุณหภูมิสูงสุดของประเทศไทยถึง 44.6 องศาเซลเซียส ที่อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ภาวะโลกร้อนในระยะยาวยังคงทวีความรุนแรง และส่งผลกระทบร่วมกับปรากฏการณ์ El Niño อย่างมีนัยสำคัญ มีความเป็นไปได้สูงว่าการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิอย่างต่อเนื่องในช่วง El Niño จะทำลายสถิติสภาพอากาศสุดขั้วให้เกิดบ่อยครั้งมากขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์สุดขั้วเหล่านี้สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้หลายเดือน ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมในการรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
จากการคาดการณ์ในปัจจุบัน โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากปรากฏการณ์ La Niña ไปสู่ El Niño ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนของปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปสู่ระดับ Strong El Niño หรือแม้แต่ Super El Niño (แม้โอกาสจะไม่สูง) ในช่วงปลายปี ทั้งนี้ ข้อมูลยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงจำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในทุกเดือน
ดังนั้น ในช่วงฤดูร้อนของปีหน้า ประชาชนควรเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่มีแนวโน้มร้อนและแห้งแล้งกว่าปีนี้ ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาร่วมกับบริบทของ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ไม่ว่าจะเป็นสงคราม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความไม่มั่นคงด้านน้ำและอาหาร ยิ่งทำให้คำถามสำคัญเกิดขึ้นว่า คนไทยและสังคมไทยจะมีทางออกอย่างไรต่อสถานการณ์ที่ท้าทายเช่นนี้ ซึ่งอาจต้องอาศัยทั้งนโยบายที่รอบคอบ ความร่วมมือของทุกภาคส่วน และการปรับตัวอย่างจริงจังในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
