รีเซต

ไทยรับมือฝนหนัก 11-13 ก.ย. แม่สายปักธงแดง เฝ้าระวัง 23 จังหวัด

ไทยรับมือฝนหนัก 11-13 ก.ย. แม่สายปักธงแดง เฝ้าระวัง 23 จังหวัด
TNN ช่อง16
11 กันยายน 2569 ( 11:18 )

สถานการณ์ฝนและน้ำหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยหน่วยงานภาครัฐยกระดับการเฝ้าระวัง พร้อมเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และระบบแจ้งเตือน เพื่อรับมือความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569

แม่สายปักธงแดง หลังระดับน้ำเพิ่มสูง

สถานการณ์แม่น้ำสายบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวัง หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงค่ำที่ผ่านมา และมีความเสี่ยงเอ่อล้นตลิ่งเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ระบุว่า มีการปักธงแดงบริเวณสถานีวัดระดับน้ำสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 หลังพื้นที่ต้นน้ำฝั่งท่าขี้เหล็กมีฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงในระดับสูง ส่งผลให้มีมวลน้ำไหลลงมายังพื้นที่แม่สายอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮเข้ากำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบาย ขณะที่เทศบาลตำบลแม่สายดำเนินการตามกฎหมายกรณีมีผู้รื้อถอนแนวป้องกันบิ๊กแบ็กบริเวณชุมชนเกาะทราย ซึ่งเป็นแนวป้องกันน้ำเข้าสู่ชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงของ 4 ตำบลในอำเภอแม่สาย ให้เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยง และรถยนต์ขึ้นพื้นที่สูง พร้อมเตรียมดูแลกลุ่มเปราะบาง และติดตามประกาศของทางราชการตลอด 24 ชั่วโมง

พัทยาฝนหนัก น้ำท่วมขังหลายเส้นทาง

ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในพื้นที่ลุ่มต่ำและจุดเสี่ยงหลายแห่ง โดยเฉพาะซอยเขาน้อย ถนนเขาตาโล ถนนเลียบทางรถไฟ รวมถึงถนนสุขุมวิทช่วงพัทยากลางถึงพัทยาใต้

ปริมาณน้ำบนผิวการจราจรที่เพิ่มขึ้นกระทบการเดินทาง รถยนต์และรถจักรยานยนต์บางส่วนต้องชะลอความเร็ว ส่งผลให้การจราจรติดขัดหลายจุด เจ้าหน้าที่ประเมินว่า หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม น้ำที่ท่วมขังจะทยอยระบายลงสู่ทะเล พร้อมแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีระดับน้ำสูง

โคราชฝนกว่า 2 ชั่วโมง น้ำท่วมขังจุดลุ่มต่ำ

จังหวัดนครราชสีมาเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 2 ชั่วโมงในช่วงเย็นวันที่ 10 กันยายน ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมผิวการจราจรและพื้นที่ลุ่มต่ำหลายจุด รถจักรยานยนต์บางคันเครื่องยนต์ดับระหว่างขับผ่านพื้นที่น้ำท่วม ขณะที่บ้านเรือนริมเส้นทางบางแห่งได้รับผลกระทบจากคลื่นน้ำที่เกิดจากรถยนต์สัญจร

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงนครราชสีมา ยังต้องติดตามฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งต่อเนื่องถึงวันที่ 13 กันยายน

กรมอุตุฯ เตือนฝนหนักถึงหนักมาก 11-13 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 9 เวลา 05.00 น. วันที่ 11 กันยายน 2569 ระบุว่า ช่วงวันที่ 11-13 กันยายน ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มฝนลดลง ส่วนภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง

ปัจจัยสำคัญมาจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนตอนใต้ที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง อ่าวไทยตอนบน ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เชื่อมเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง

พร้อมกันนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประชาชนต้องระวังฝนตกหนัก ฝนสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

จับตาหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้

กรมอุตุนิยมวิทยายังติดตามหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ซึ่งมีแนวโน้มทวีกำลังขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามตอนบนช่วงวันที่ 13-14 กันยายน 2569

หลังระบบดังกล่าวขึ้นฝั่งต้องติดตามทิศทางและกำลังของพายุอย่างต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นมีส่วนทำให้ร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น เพิ่มโอกาสเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

กรุงเทพฯ ฝน 80% หลายภาคยังมีฝนสูง

พยากรณ์อากาศวันที่ 11 กันยายน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีฝนร้อยละ 80 ขณะที่ภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันมีฝนร้อยละ 70

สำหรับ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ประชาชนควรวางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขัง

สทนช. เฝ้าระวัง 23 จังหวัด 11-13 ก.ย.

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ออกประกาศฉบับที่ 3 เพิ่มเติม ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งใน 23 จังหวัด ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569 โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีฝนสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตรในรอบ 24 ชั่วโมง และพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการกำชับให้ตรวจสอบคันกั้นน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ บริหารพื้นที่รับน้ำ และเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ รวมถึงเครื่องจักรกลหนัก เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์

เปิดระบบติดตามฝน คาดการณ์ล่วงหน้า 3 ชั่วโมง

สทนช. และกรมอุตุนิยมวิทยายังนำระบบติดตามสภาพอากาศมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเตือนภัย โดยประมวลข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศจาก 23 สถานีทั่วประเทศ เพื่อแสดงทิศทางการเคลื่อนตัวของกลุ่มฝนและคาดการณ์ฝนสะสมล่วงหน้าได้ประมาณ 3 ชั่วโมง

ระบบรองรับการใช้งานผ่านสมาร์ตโฟน สามารถแสดงระดับความรุนแรงของฝน รวมถึงข้อมูลพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากและดินถล่ม ช่วยให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่มีข้อมูลประกอบการเตรียมรับสถานการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในช่วงที่ประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ หน่วยงานภาครัฐยังคงติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเน้นการแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมีเวลาเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและเตรียมอพยพหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง