รีเซต

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ... กระแสใหม่ที่มาแรงของจีน (ตอนจบ)

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ... กระแสใหม่ที่มาแรงของจีน (ตอนจบ)
TNN ช่อง16
6 กุมภาพันธ์ 2569 ( 08:16 )

ขณะเดียวกัน พัฒนาการด้านเทคโนโลยีดิจิตัลได้เปลี่ยนการดำรงอยู่ของพิพิธภัณฑ์แบบดั้งเดิมที่ถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่ทางกายภาพเป็นปรากฏกายในโลกออนไลน์ได้อย่างไร้ขอบเขต รัฐบาลจีนจึงได้ยกระดับสถานะของพิพิธภัณฑ์ดิจิตัลในยุทธศาสตร์วัฒนธรรมดิจิตัลแห่งชาติ เราจึงเห็นโครงการนำเสนอโบราณวัตถุฯ แบบดิจิตัลจำนวนมากผ่านโลกสังคมออนไลน์และไลฟ์สตรีมมิ่ง อาทิ พิพิธภัณฑ์พระราชวังดิจิตัลและห้องโถงสมบัติดิจิตัล โดยพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม ตุนหวงดิจิตัล และถ้ำพระคัมภีร์ดิจิตัล โดย Dunhuang Academy และการท่องเที่ยวกำแพงเมืองจีนผ่านคลาวด์ที่ร่วมกันพัฒนาโดย Tencent และสถาบันอื่นๆ

ขณะเดียวกัน หน่วยงานคุ้มครองโบราณวัตถุฯ ของจีนก็ดำเนินโครงการ “นอกกรอบ” อาทิ การสนับสนุนส่งเสริมการสร้างพิพิธภัณฑ์ดิจิตัลที่เก็บรวมรวมภาพถ่าย 3 มิติและจัดแสดงนิทรรศการบนคลาวด์ 

ผลจากการที่อินเตอร์เน็ตได้กลายเป็นแหล่งสื่อสารหลักของพิพิธภัณฑ์ “รายงานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ปี 2023” ของโต่วอิน (Douyin) ระบุว่า จำนวนการดูวิดีโอที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์เพิ่มสูงถึง 51,300 ล้านครั้ง เทียบเท่ากับ 66 เท่าของจำนวนผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศทั้งปีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีหลัง ผมยังสังเกตเห็นการนำเสนอภาพถ่ายดิจิตัลพร้อมข้อมูลเบื้องต้นของโบราณวัตถุใน “กำแพงอัจฉริยะ” (Smart Wall) ตามจุดต่างๆ ของสนามบิน สถานีรถไฟ และแหล่งชุมชนอื่นของจีน โครงการเหล่านี้ได้กระตุ้นความรักและความสนใจของผู้คนในมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีนเป็นอย่างมาก

สิ่งนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ชื่นชมโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมผ่านรูปแบบการเผยแพร่ทางดิจิตัล เท่านั้น แต่ยังทำให้คนเหล่านั้นอยากไปท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์เพื่อยลโฉมโบราณวัตถุของจริง และนำไปสู่ความคึกคักของสาธารณชนในการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน 

ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ในระหว่างปี 2012-2019 จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทั่วจีนเพิ่มขึ้นจาก 560 ล้านคนเป็น 1,200 ล้านคน เติบโตเฉลี่ยเกือบ 80 ล้านคนต่อปี และภายหลังวิกฤติโควิด การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในจีนก็กลับมาเติบโตอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ในปี 2023 เฉพาะพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวมีผู้เข้าเยี่ยมชมเกือบ 6.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 310% ของปีก่อน

กระแสความสนใจดังกล่าวนอกจากช่วยให้สามารถอนุรักษ์โบราณวัตถุและมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างสร้างสรรค์แล้ว ยังทำให้ยอดขายของร้านจำหน่ายของที่ระลึกเพิ่มขึ้น และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาเรียนรู้ และทำความเข้าใจและเพิ่มความเชื่อมั่นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 

ยิ่งไปกว่านั้น จีนยังเข้าสู่บทใหม่ของโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านสื่อดิจิตัล อาทิ ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และอีเกมส์ ตัวอย่างที่ดีได้แก่ การเปิดตัวอีเกมส์ชื่อดังระดับ AAA แรกของจีนอย่าง “หงอคง” (Wukong) เมื่อปี 2024 ที่ปลุกกระแสความนิยมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางในจีนและต่างประเทศ เพราะการนำเสนอไม่เพียงโดนใจผู้คนที่รักในอีเกมส์ แต่ยังเติมชีวิตใหม่ให้กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านสถาปัตยกรรมจีนโบราณ

ผู้เล่นที่ผ่านด่านในแต่ละขั้นของเกมส์มีสิทธิ์เลือกเข้าชื่นชมจุดชมวิว 36 แห่งในจีนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ วัดหลิงเหยียน (Lingyan) ในเมืองจี่หนาน (Jinan) มณฑลซานตง ด้านซีกตะวันออกของจีน และภูเขาฮวากัว (Huaguo) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ในเมืองเหลียนหยุนกั่ง (Lianyungang) ตอนเหนือของมณฑลเจียงซู บ้านเกิดของราชาวานร

ในด้านหนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ได้เพิ่มความนิยมและการมีส่วนร่วมในเกมส์ และในอีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวนำเอาจุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้องไปโปรโมท ซึ่งทำให้ผู้คนที่เห็นภาพแอนิเมชั่นคุณภาพสูงอยากไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทางกายภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย

บางแห่งยังออกแบบต่อยอดแคมเปญด้านการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ ยกตัวอย่างเช่น มณฑลซานซี ทางตอนเหนือของจีน ซึ่งมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่โดเด่นในเกมส์ดังกล่าว ก็เปิดตัวความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในชื่อ “การเดินทางกับหงอคงในมณฑลซานซี” ที่ทำเอาผู้คนจำนวนมากต้องไป “ตามรอย” หงอคงในเส้นทางตามเกมส์กันเป็นแถว

ทำนองเดียวกันก็ได้แก่ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “นางพญางูขาว” (White Snake: Afloat) ที่ผสมผสานเข้ากับการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของทะเลสาบซีหู (Xi Hu) ใจกลางนครหางโจว (Hangzhou) มณฑลเจ้อเจียง ได้อย่างเนียนตา ประการสำคัญ ความร่วมมือเหล่านี้ล้วนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวท้องถิ่น

จะเห็นได้ว่า โมเมนตัมการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจีนดังกล่าวสอดคล้องไปกับยุทธศาสตร์ระดับชาติโดยรวม ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะในการพิจารณาแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 (2026-2030) ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 เน้นย้ำว่า จีนควรนำแนวทางการอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพมาใช้ในชุมชนเมือง เขต และหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในด้านมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่และพัฒนาต่อไปในฐานะ “อนุสาวรีย์ที่มีชีวิต” ทางประวัติศาสตร์

โดยควรบูรณาการวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างจริงจัง และใช้วัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ยกตัวอย่างเช่น การเพิ่มมิติด้านวัฒนธรรมอันดีและประเพณีท้องถิ่นให้กับเส้นทางท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว และบริการ 

นั่นเท่ากับว่า การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสามารถช่วยปกป้องวัฒนธรรม สนับสนุนและเพิ่มคุณค่าสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และทำให้ผู้คนภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นในวงกว้างไปพร้อมกัน

ยิ่งพอมองภาพของการพัฒนาในระยะยาว เราก็เห็นจีนพยายามจัดทำแผนงานที่เหมาะกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติเฉพาะของท้องถิ่น ตั้งเป้าหมาย และหาแนวทางและวิธีการใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนของ “จุดขาย” ของแต่ละจุดหมายปลายทาง

ในแต่ละปี จีนโดยกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ยังร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นสร้าง “เวทีใหม่” ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่าน “China Cultural Tourism Industry Expo” ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2025 กระทรวงฯ รัฐบาลมณฑลหูเป่ย และเทศบาลเมืองอู่ฮั่นได้ร่วมมือจัดงานดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 กันยายน ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติอู่ฮั่น (Wuhan International Expo Center) ภายใต้ธีม “Deepening the Integration of Culture and Tourism and Enjoying a Better Life” 

บนพื้นที่จัดแสดง 100,000 ตารางเมตร งานนี้ได้ผนวกเนื้องานคุณภาพสูง 4 ส่วนอันได้แก่ นิทรรศการ ผลงาน การขาย และการท่องเที่ยว เข้าด้วยกันอย่างลงตัว อันนำไปสู่กิจกรรมความร่วมมือและการเจรจาธุรกิจและการค้ามูลค่ามหาศาล

นอกจากนี้ จีนยังผลักดันให้รัฐบาลและสถาบันการเงินทำงานร่วมกัน เพื่อให้ธุรกิจการท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้สะดวก คล่องตัว และมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ธุรกิจสามารถขยายบริการให้ครอบคลุมและมีคุณภาพที่สูงขึ้น รวมไปถึงการขยายกรอบความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดังกล่าวออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนว “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”

บ้านเราก็มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย ผมเชื่อมั่นว่า หากเราบูรณะและจัดระเบียบสถานที่ ปรับปรุงเทคโนโลยีการนำเสนอ และยกระดับองค์ประกอบทั้งระบบนิเวศ ก็จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของไทยได้อย่างยั่งยืนเช่นเดียวกัน ...

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง