นายกฯ ย้ำบทบาทกำนัน–ผู้ใหญ่บ้าน ดูแลประชาชน-รับมืออาชญากรรมยุคใหม่

วันนี้ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการมอบนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมงานครั้งนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น ถือเป็นกลไกสำคัญของการบริหารราชการ เป็นด่านหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนและเป็นที่พึ่งเมื่อเกิดความเดือดร้อน รวมทั้งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ในการดูแลทุกข์สุขและเป็นหูเป็นตาให้ประชาชน จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และยึดกฎหมายอย่างเคร่งครัด “เป็นผู้ปราบอิทธิพล ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล” เพื่อเป็นที่พึ่งและหลักยึดให้กับประชาชน พร้อมสนับสนุนการทำงานของนายอำเภอกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครองให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายดำเนินงานในทิศทางเดียวกัน โดยยึดหลัก “การ์ดไม่ตก” ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพิ่มศักยภาพการจัดการสาธารณภัย และดูแลประชาชนให้ได้รับความคุ้มครองจากการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐอย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม รวมถึงต้องหูตากว้างไกล เท่าทันอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เช่น การค้ามนุษย์และการหลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้เท่าทันและสามารถปกป้องตนเองและครอบครัวจากการถูกล่อลวง
นายกรัฐมนตรียังเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้สอดรับสถานการณ์โลก โดยให้ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเยียวยาประชาชน โดยมุ่งกระจายสิทธิประโยชน์จากภาครัฐให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง โปร่งใส และเป็นธรรม ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิและมาตรการต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังขอให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านติดตามสถานการณ์บ้านเมือง พร้อมประสานงานกับนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและสามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรัฐบาลเตรียมจัดการประชุมบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
