“โฆษก ศบค.” เปิดแผนที่ป่วย โควิด-19 ย้ำตรวจหาเยอะ แต่พบแค่ 2,839 ราย

“โฆษก ศบค.” เปิดแผนที่ป่วย โควิด-19 ย้ำตรวจหาเยอะ แต่พบแค่ 2,839 ราย
มติชน
23 เมษายน 2563 ( 12:37 )
127
“โฆษก ศบค.” เปิดแผนที่ป่วย โควิด-19 ย้ำตรวจหาเยอะ แต่พบแค่ 2,839 ราย

 

เกาะติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล “โควิด-19” ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ประเทศไทยพบจำนวนผู้ป่วยยืนยันใหม่ 13 ราย สะสมอยู่ที่ 2,839 ราย ในจำนวนผู้ป่วยใหม่ 13 ราย พบใน กรุงเทพมหานคร(กทม.) 4 ราย ภูเก็ต 4 ราย ชลบุรี 1 ราย สงขลา 1 ราย ชุมพร 1 ราย ปทุมธานี(ทำงานกับชาวต่างชาติ) 1 ราย แลถ นครปฐม(สถานที่ชุมชน ไปหลายจังหวัด) 1 ราย แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

 

กลุ่มที่ 1 ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ จำนวน 10 ราย
1.มีประวัติสัมผัส/เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 5 ราย
1.1 สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ในพื้นที่ของ กทม. ชลบุรี สงขลา และชุมพร รวมทั้งหมด 5 ราย

 

2.ผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 5 ราย
2.1 คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 1 ราย
2.2 ไปสถานที่ชุมนุม เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 1 ราย
2.3 อาชีพเสี่ยง เช่น ทำงานในสถานที่แออัดหรือทำงานใกล้ชิดสัมผัสชาวต่างชาติ 2 ราย
2.4 ตรวจก่อนทำหัตถการ 1 ราย

 

3.อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 0 ราย

กลุ่มที่ 2 การค้นหาเชิงรุก (Ative case finding) พื้นที่ จ.ภูเก็ต 3 ราย

กลุ่มที่ 3 ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้า ทำการแยกกักในสถานที่รัฐบาลจัดให้(State Quarantine) 0 ราย

 

“หลังจากที่มีผู้สงสัยว่าประเทศไทยมีการตรวจค้นหาผู้ป่วยน้อยหรือไม่ จึงทำให้พบยอดผู้ป่วยใหม่น้อยลง ในขณะนี้หลายโรงพยาบาล(รพ.) มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น ก่อนที่ผู้ป่วยจะเข้ารับทำหัตถการ ในกรณีการผ่าตัดที่มีการนัดไว้ล่วงหน้า ทำการคัดกรองผู้ป่วยในการตรวจหาเชื้อในสารคัดหลั่งโพร่งจมูกก่อน รวมถึงการทำค้นหาเชิงรุกใน จ.ภูเก็ต ที่จะเจาะเฉพาะบางกลุ่มเสี่ยงและทำการตรวจหาเชื้อ โดยผู้ป่วยที่พบจากการค้นหาเชิงรุกในภูเก็ตวันนี้ เกิดขึ้นจากการเข้าตรวจที่ร้านขายยาและคลินิก ซึ่งหมายความว่าผู้เข้าใช้บริการในร้านขายยาและคลินิกจะต้องมีอาการป่วย ทางทีมจึงตัดสินใจเข้าตรวจในคนกลุ่มนี้ และค้นพบผู้ป่วยถึง 3 ราย นับเป็นความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ที่ค้นหาผู้ป่วยได้ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเหล่านี้ไปแพร่เชื้อในชุมชน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศไทย จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 จำนวน 2,839 ราย พบใน 68 จังหวัด กรมควบคุมโรคได้ จัดอันดับจังหวัดที่มีอัตราป่วยสะสมสูงสุด 10 ลำดับแรกของประเทศไทย ได้แก่

 

1.กทม. ผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 3 ราย รวมจำนวน 1,454 ราย
2.ภูเก็ต 197 ราย
3.นนทบุรี 152 ราย
4.สมุทรปราการ 109 ราย
5.ยะลา ผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 8 ราย รวมจำนวน 95 ราย
6.ปัตตานี ผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 12 ราย รวมจำนวน 79 ราย
7.ชลบุรี ผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 3 ราย รวมจำนวน 86 ราย
8.สงขลา ผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 18 ราย รวมจำนวน 43 ราย
9.เชียงใหม่ 40 ราย
10.ปทุมธานี 36 ราย
และ อยู่ในระหว่างสอบสวนโรค 65 ราย

 

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า อัตราการป่วยต่อประชากรแสนคน จำแนกตามจังหวัดที่รับรักษา ในจำนวน 2,839 ราย 68 จังหวัด โดยไม่นับผู้ที่อยู่ในสถานที่กับการของรัฐบาลจัดให้ สามารถจำแนกได้ดังนี้


1.ภูเก็ต อัตราส่วน 47.65 (คนต่อแสนประชากร)
2.กทม. มีผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 3 ราย อัตราส่วน 25.64
3.ยะลา มีผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 8 ราย อัตราส่วน 17.78
4.ปัตตานี มีผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 12 ราย อัตราส่วน 10.95
5.นนทบุรี อัตราส่วน 12.10
6.สมุทรปราการ อัตราส่วน 8.16
7.ชลบุรี มีผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 3 ราย อัตราส่วน 5.56
8.สตูล มีผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 18 ราย อัตราส่วน 5.58 (ในจำนวนนี้ไม่มีผู้ป่วยในพื้นที่)
9.สงขลา มีผู้ที่อยู่ในระหว่างการกักกัน 19 ราย อัตราส่วน 3.00
10.ชุมพร อัตราส่วน 4.11

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า หากแบ่งจังหวัดตามสี 5 สีทั่วประเทศไทย พบว่า 1.พื้นที่สีแดง จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยช่วง 7 วันที่ผ่านมา มี 14 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กทม. ชลบุรี นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น ภูเก็ต ยะลา สงขลา นราธิวาส ปัตตานี และชุมพร

 

2.พื้นที่สีส้ม จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 7-14 วัน มีจำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครสวรรค์ ปราจีนบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร พะเยา เลย นครพนม สุราษฎร์ธานี พังงา พัทลุง นครศรีธรรมราช และสตูล

 

3.พื้นที่สีเหลือง จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 14-28 วันที่ผ่านมา มีจำนวน 32 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี กาญจนบุรี นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง ราชบุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี สระแก้ว เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก พิษณุโลก ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี มุกดาหาร ศรีสะเกษ สกลนคร อุบลราชธานี และตรัง

 

4.พื้นที่สีเขียวอ่อน จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 28 วันที่ผ่านมา มีจำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ลพบุรี อุทัยธานี เพชรบูรณ์ แพร่ สุโขทัย มหาสารคาม ยโสธร และร้อยเอ็ด

 

5.พื้นที่สีเขียวเข้ม จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อน มีจำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าร บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี อ่างทอง และสตูล ไม่มีผู้ป่วยในจังหวัดแต่มีผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างการกักกันในพื้นที่ที่รัฐบาลจัดไว้ให้(State quarantine)

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ทางกรมควบคุมโรคได้จัดทำข้อมูลจังหวัดที่มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค(PUI) ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก แต่ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากโรคอะไร ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นได้หลายโรค เช่น โรคไข้เลือดออก โรคไข้วัดใหญ่ โรคไข้หวัดธรรมดา และเมื่อเข้ามารับบริการแล้วจึงทำการตรวจด้วยการนำสารคัดหลั่ง ไปตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธี RT-pcr เพื่อหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจำนวนนี้จะต้องนำมารายงานเพื่อให้ทราบว่ามีการตรวจหาผู้ป่วยที่เข้ามาในระบบการรักษามาก แต่ตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 เพียง 2,839 ราย จำนวนผู้เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคจังหวัดที่สะสมมากกว่า 1,000 ราย 6 ลำดับแรก ได้แก่ 1.กทม. จำนวน 10,942 ราย 2.ยะลา 4,060 ราย 3.นนทบุรี 3,578 ราย 4.ภูเก็ต 2,136 ราย 5.ชลบุรี 1,844 ราย และ 6.สมุทรปราการ 1,285 ราย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง