เวทีสัมมนาภูมิใจไทย 3 รมต.เปิดแนวคิดนโบายใหญ่ รับมือโลกผันผวน

การสัมมนาของ พรรคภูมิใจไทย ภายใต้แนวคิด “พูดแล้วทำพลัส” ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัด บุรีรัมย์ นอกจากการกำหนดทิศทางพรรคแล้ว ยังเปิดเวทีให้แกนนำรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนำเสนอแนวคิดด้านนโยบายสำคัญ ทั้งด้านการต่างประเทศ เศรษฐกิจ และการค้า เพื่อรับมือกับสถานการณ์โลกที่กำลังผันผวน
“สีหศักดิ์” ชี้การต่างประเทศต้องยึดศักดิ์ศรีชาติ
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวบนเวทีว่า นโยบายต่างประเทศของไทยจำเป็นต้องมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์โลกกำลังปั่นป่วน ทั้งความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งไทยต้องปรับตัวให้สามารถดำรงบทบาทในเวทีโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี
รัฐมนตรีต่างประเทศ ระบุว่า การดำเนินนโยบายต่างประเทศต้องคำนึงถึงผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของประเทศเป็นสำคัญ พร้อมยกตัวอย่างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง Cambodia ว่า แม้จะต้องอยู่ร่วมกัน แต่หากมีการกระทบผลประโยชน์ของไทย ก็ต้องมีท่าทีตอบโต้ที่เหมาะสม ขณะเดียวกันความสัมพันธ์กับ United States ก็ต้องรักษาสมดุล โดยยึดประโยชน์ของชาติเป็นหลัก
รัฐมนตรีต่างประเทศยังกล่าวถึงความท้าทายสำคัญที่รัฐบาลต้องเผชิญ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อการอพยพแรงงานไทยและความมั่นคงด้านพลังงาน จึงจำเป็นต้องมีแผนรองรับและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยยกระดับการขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศผ่านกลไกของรัฐสภา
“เอกนิติ” ดันนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส สู่เวทีโลก
ด้าน เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคว่า รัฐบาลมีแผนผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ “10 พลัส” เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก
รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเปรียบเสมือนหัวหน้าทีมรถแข่ง “ทีมไทยแลนด์” ที่ต้องนำประเทศไปแข่งขันในเวทีโลก โดยนโยบายเศรษฐกิจจะมุ่งช่วยเหลือกลุ่มประชาชนฐานราก เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และธุรกิจขนาดเล็ก พร้อมทั้งส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนสินค้า รัฐบาลจึงต้องเตรียมมาตรการรองรับ ทั้งด้านราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ พร้อมตั้งเป้าหมายว่าในอีก 4 ปีข้างหน้า ไทยต้องสามารถแข่งขันและก้าวขึ้นเป็นผู้นำในเวทีเศรษฐกิจโลก
“ศุภจี” วางแผนการค้ารับมือสงครามโลก คุมราคาสินค้า
ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบขนส่งสินค้าและต้นทุนทางเศรษฐกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า เส้นทางขนส่งสินค้าของไทยกว่า 60% ต้องผ่านบริเวณ แหลมกู๊ดโฮป หากต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือจะทำให้ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 10–15 วัน ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์จึงต้องเตรียมหามาตรการรองรับ พร้อมประสานกับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ เพื่อควบคุมราคาสินค้าและลดผลกระทบต่อประชาชน
ในด้านปัจจัยการผลิตทางการเกษตร รัฐมนตรีพาณิชย์ระบุว่า ปริมาณปุ๋ยในประเทศยังเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม หากเกิดการขาดแคลนก็จะเร่งหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติม โดยมีแผนหารือกับ Malaysia และ Brunei เพื่อจัดหาปุ๋ยเสริม นอกจากนี้ยังมีแผนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร โดยตั้งเป้าปรับพื้นที่ปลูกพืชให้เป็นพืชเศรษฐกิจประมาณ 1 ล้านไร่ เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมและผลผลิตทางการเกษตรอื่น ๆ ว่า กระทรวงกำลังศึกษาการจัดตั้ง “ล้งกลาง” เพื่อช่วยบริหารจัดการตลาดและราคาสินค้าเกษตร พร้อมย้ำว่าหากสามารถแก้ปัญหาภาคเกษตรได้ ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
