รวมประเด็นวิพากษ์ประกันสังคมตลอดทั้งปี ใช้งบเยอะ-ลงทุนขาดทุน ?

เกิดประเด็น เป็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ตลอดทั้งปี กับกองทุนประกันสังคม ที่ชาวออฟฟิศ พนักงานอย่างเราๆ ต้องจ่ายเงินทบเข้าทุกเดือน แต่กลับได้ยินตลอดว่า กองทุนอาจจะล่มสลาย และที่จ่ายไปอาจไม่ได้สิทธิคุ้มค่า
ตลอดปีนี้ ประกันสังคมมีประเด็นอะไรบ้าง และออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาอย่างไรกัน ?
ประเด็นแรก เกิดขึ้นหลัง รักชนก ศรีนอก ที่ขณะนั้นเป็น สส.พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยถึงการใช้งบประมาณอย่างมหาศาลของสำนักงานประกันสังคม
ไม่ว่าจะเป็นทริปดูงานต่างประเทศ งบประมาณ 2.2 ล้านบาท ที่มี 2 คนจาก 10 ผู้ร่วมเดินทาง เบิกค่าบัตรโดยสารชั้นเฟิร์สต์คลาส เบิกค่าที่พักระดับ 5 ดาว, งบจัดทำปฏิทินประกันสังคม ปีละ 50 – 70 ล้านบาท ช่วงปี 2559 – 2567 ไปถึงงบโครงการพัฒนาแอปพลิเคชัน SSO+ 276 ล้านบาท
โดยงบประมาณเหล่านี้ ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า และความเหมาะสม ซึ่งหลัง สส.พรรคประชาชน ออกมาเปิดประเด็น ก็มีผู้ประกันตนหลายคนออกมาพูดถึงงบเหล่านี้ เช่น ปฏิทิน ว่าไม่เคยได้รับ และไม่เคยรับรู้ว่ามีการผลิตปฏิทินเหล่านี้เลย รวมถึงยังมีการพบเจอปฏิทินนี้ วางขายในช่องทางออนไลน์ด้วย
ภายหลัง มารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ก็ได้ชี้แจงว่า งบเหล่านี้ สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกันสังคมหรือบอร์ดประกันสังคม และเป็นไปตามหลักเกณฑ์จัดทำงบประมาณ ทั้ง สปส.เอง ยังได้รับการจัดสรรค่าใช้จ่ายในการบริหารงานปีละไม่เกิน 3% ที่ผ่านการกลั่นกรองหลายขั้นด้วย
นอกจากประเด็นนี้แล้ว รักชนก และ สหัสวัต คุ้มคง ส.ส.พรรคประชาชนอีกราย ได้เปิดเผยกรณีสำนักงานประกันสังคม ซื้ออาคาร SKYY 9 (สกาย 9) มูลค่าสูงถึงเกือบ 7,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าราคาสูงเกินจริงที่ถูกตีไว้ที่ 3,000 ล้านบาท และมีปัญหาธรรมาภิบาล ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ ซึ่งการซื้อขายนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ สุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน
ด้าย สปส.เอง ก็ได้ออกมาชี้แจงในประเด็นนี้ว่า การซื้อตึกนี้ เป็นการลงทุนผ่านกองทรัสต์ เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน ประกันสังคมลงทุนต่ำกว่าราคาประเมิน และ การลงทุนนี้ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว ทั้งยังชี้ว่าแผนยุทธศาสตร์การลงทุนที่ถูกออกแบบมาอย่างรอบคอบ ทั้งสุชาติ ชมกลิ่น (อดีต รมว.แรงงาน) ได้ฟ้องร้อง สหัสวัต และ รักชนก ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ภายหลังด้วย
เปิดปีมา 2026 ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึง สปส.กันต่อ ในเรื่องการลงทุน และใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำเงินของผู้ประกันตนไปสร้างโรงอาหารที่กระทรวงแรงงาน เป็นเงินกว่า 12 ล้านบาท การลงทุนหอพัก TU Dome ที่บริเวณธรรมศาสตร์รังสิต ที่มีมูลค่าเหลือไม่ถึง 10% และการถึงหุ้น EA หรือ Energy Absolute ที่มูลค่าจาก 866 ล้านบาท เหลือเพียง 14 ล้านบาทเท่านั้น
ซึ่ง สำหรับประเด็นโรงอาหารนั้น กระทรวงแรงงานได้ชี้แจงว่า โรงอาหารดังกล่าวจัดให้เป็น สวัสดิการสาธารณะในลักษณะไม่แสวงหากำไร เปิดให้บริการแก่ผู้ประกันตน แรงงาน และประชาชนทั่วไป รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงในราคาย่อมเยา การดำเนินการทั้งหมดมุ่งประโยชน์ต่อผู้ประกันตนและประชาชนผู้ใช้บริการเป็นหลัก
ขณะที่ประเด็นของ TU Dome นั้น สปส.เปิดเผยว่า กรณีมูลค่าของ TU Dome ลดจาก 800 เหลือ 100 ล้านบาท ตัวเลข 100 ล้านบาท เป็นมูลค่ายุติธรรมในตลาดการลงทุน ไม่ใช่มูลค่าที่แท้จริงของอสังหาริมทรัพย์ ทั้งจากการลงทุนไป 30,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีผลตอบแทนปันผลที่รับมาแล้ว 18,000 ล้านบาท ยืนยันว่า ไม่ได้ขาดทุน
ส่วนประเด็นการลงทุนในหุ้น EA นั้น ล่าสุดในวันที่ 23 มกราคม 2569 ยัง สปส.ยังไม่มีการชี้แจงใดๆ
ประเด็นเหล่านี้ล้วนแต่มีการถกเถียงถึงความคุ้มค่าของการจ่ายเงินประกันตนในทุกๆ เดือน ที่ถูกนำไปลงทุนโดยที่ผู้ประกันตนไม่รับรู้ ไปถึงการเปิดประเด็นว่าควรนำประกันสังคม ออกจากระบบราชการหรือไม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
