PTT มุ่งเสริมแกร่งภายใน เพิ่มกระแสเงิน 8.3 หมื่นล.

#PTT #ทันหุ้น - PTT ชี้ ปี 2569 ท้าทาย จากปัจจัยต่างประเทศ จึงยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งภายในบริษัท “อัพประสิทธิภาพการดำเนินงาน-สร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านโครงการ “P1-D1 -Mission- AXIS -ลดค่าใช้จ่าย” พร้อมเพิ่มเงินสดอีก 8.3 หมื่นล้านบาท เพื่อทำได้ตามเป้าหมาย 2 ปี (68-69) แตะแสนล้านบาท แจงภายในปีนี้ชัดเจนหาพันธมิตรให้บริษัทลูกในธุรกิจปลายน้ำ-พีทีที แทงค์ รวมถึงผู้ถือหุ้น “เล็งซื้อหุ้นคืนอีกรอบ – ร่วมโครงการ JUMP+ -จะมีปันผลพิเศษอีกหรือไม่ต้องพิจารณาเรื่องกระแสเงินสดควบคู่งบแผนลงทุน”
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ในปีนี้ถือว่าเป็นอีกปีที่มีความท้าทาย ทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ภาพเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน และความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางปตท.ไม่สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่ปตท.สามารถได้คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อทำให้ปตท.มีความแข็งแกร่งจากภายใน
@มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม
โดยปีนี้ทางปตท.ยังคงเดินหน้าทำโครงการบริหารความร่วมมือด้าน ซับพลายเชน ผ่านโครงการ P1 และD1, การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานผ่านโครงการ MissionX รวมถึงการนำ ดิจิทัล และ AI เข้ามาใช้ผ่านโครงการ AXIS และการเพิ่มกระแสเงินสดผ่าน A1 การลดต้นทุนและการรักษาวินัยทางการเงิน หลังจากปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมากการทำโครงการดังกล่าวที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่มกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท (Profit Enhancement) และเพิ่มกระแสเงินสดได้ถึง 1.7 หมื่นล้านบาท และเพิ่มกำไรสุทธิ 1.47 หมื่นล้านบาท ทำให้ปี 2568 ปตท.ยังสามารถทำกำไรสุทธิได้ 9.01 หมื่นล้านบาท
สำหรับในปีนี้บริษัทคาดคาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดเพิ่มอีก 8.3 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมาทำได้ 1.7 หมื่นล้านบาท เพื่อทำให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 แสนล้านบาท (ปี 2568-2569) โดยโครงการ P1 ปีนี้มีเป้าหมายที่ 3.24 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 4.38 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โครงการ D1 ปีนี้ตั้งเป้า 1.03 พันล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 666 ล้านบาท โครงการ MissionX ตั้งเป้าปีนี้ 2 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 1.2 หมื่นล้านบาท โครงการ AXIS ปีนี้ตั้งเป้า 2 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ 224 ล้านบาท ขณะที่การประหยัดค่าใช้จ่ายตั้งเป้าปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 1.39 หมื่นล้านบาท
@หาพันธมิตรเสริมแกร่ง
ส่วนแผนระยะกลาง ในการหาพันธมิตรให้ธุรกิจปลายน้ำ (ปิโตรเคมีและการกลั่น) คาดว่าจะชัดเจนในปีนี้ แต่ปตท.ยืนยันว่าจะยังคงถือหุ้นใหญ่อยู่ โดยพันธมิตรที่จะเข้ามานั้นจะต้องเป็นบริษัทระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจดังกล่าว และจะต้องทำให้บริษัทย่อยของปตท.มีความแข็งแรงมากขึ้น และปตท.กำลังการพันธมิตรเข้ามาถือหุ้นใน บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) หลังจากปีที่ผ่านมาได้มีการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์ภายในกลุ่ม โดยการซื้อสินทรัพย์บริษัทย่อยเข้ามา ผ่านการกู้เงินก่อน เพื่อทำให้ปตท.จะใช้เงินไม่มากในการทำรายการดังกล่าว ซึ่งก็จะมีความชัดเจนภายในปีนี้เช่นกัน และเพื่อพอร์ตเทรดดิ้งธุรกิจ LNG ขณะที่แผนระยะยาวการลงทุนใน CCS และไฮโดรเจน
“ผลการดำเนินงานปีนี้ เนื่องจากราคาเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่เชื่อว่าปริมาณการขาย (วอลุ่ม) จะเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจการสำรวจและผลิต ขณะที่ปตท.มุ่งเน้นการสร้างกำไรจากการดำเนินงานภายในมากกว่าการรอพึ่งพาปัจจัยด้านราคาตลาดเพียงอย่างเดียว โดยให้ความสำคัญกับการทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผลกำไร (Profit Enhancement) อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ผลประกอบการเติบโตจากศักยภาพของบริษัทเอง”
@เข้าโครงการ JUMP+
ดร.คงกระพัน กล่าวว่า ในส่วนของการดูแลผู้ถือหุ้นในปีนี้ ปตท.ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ผ่านการทำผลการดำเนินงานที่ดี และทางปตท.อยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะทำโครงการซื้อหุ้นคืนอีกครั้งหรือไม่ หลังจากปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทำโครงการซื้อหุ้นคืนเสร็จแล้ว แต่ว่าใช้วงเงินไปเพียง 50% ของวงเงินที่ตั้งไว้ โดยการจะทำโครงการซื้อหุ้นคืนอีกครั้งนั้นจะต้องพิจารณาใน 2 เรื่องคือ ราคาหุ้นอยู่ในระดับเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานหรือไม่ และทำเพื่อสร้าง ROE ให้สูงขึ้น จากปีที่ผ่านมาคณะกรรมการ (บอร์ด)มองราคาหุ้นต่ำกว่า P/BV เกินไป ส่วนจะปันผลพิเศษอีกหรือไม่ จะต้องพิจารณาเรื่องของกระแสเงินสด ควบคู่กับแผนการลงทุน หลังจากผลการดำเนินงานปี 2568 ปตท.จ่ายปันผลพิเศษเป็นครั้งแรก
รวมถึงทางปตท.จะเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และยังเป็นตัวอย่างของบริษัทขนาดใหญ่เข้าร่วมโครงการนี้ และบริษัทในกลุ่มของปตท. ก็จะมีเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เช่นกัน ซึ่งหากบริษัทย่อยไหนพร้อมก่อนก็เข้าก่อน แต่หากครบกำหนดเปิดรับสมัครในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เชื่อว่าตลาดหลักทรัพย์ฯจะเปิดรับสมัครรอบ 2
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
