นิวยอร์กจี้รัฐบาลคืนภาษี 1.35 หมื่นล้านดอลล์

“เคธี โฮคัล” ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จ่ายเงินภาษีคืน 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากศาลสูงสุดพิพากษาคว่ำแผนภาษีตอบโต้ภายใต้ กฎหมายฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ (IEEPA) ปี 2520
เธอระบุว่า ภาษีดังกล่าวทำให้ครัวเรือนชาวนิวยอร์กต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,751 ดอลลาร์ ในปีที่แล้ว และส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็ก
มาตรการภาษีที่ไม่สมเหตสมผลและผิดกฎหมายดังกล่าวเป็นการเก็บจากผู้บริโภค ธุรกิจขนาดเล็ก และเกษตรกรในนิวยอร์ก และนั่นเป็นเหตุผลในการเรียกร้องขอเงินคืนเต็มจำนวน
“โฮคัล” จากรัฐนิวยอร์กดำเนินการขอคืนภาษีเช่นเดียวกับ “เจพี พริตสเกอร์” ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ และ “เกวิน นิวซัม” ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คืนเงินภาษี ภายหลังจากศาลสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ทั้งนี้ ผู้ว่าการรัฐทั้ง 3 แห่งดังกล่าวสังกัดพรรคเดโมแครต และเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งปี 2571
ขณะที่ทำเนียบขาวปฏิเสธข้อเรียกร้องของผู้ว่าการรัฐ โดยให้เหตุผลว่า ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถใช้มาตรการภาษีทำในสิ่งที่พรรคเดโมแครตได้แต่พูด พรรคเดโมแครตจึงต้องสร้างประเด็นที่ไม่มีสาระอะไร
ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์จาก “เพนน์ วอร์ตัน บัดเจ็ต โมเดล” ประเมินว่า รัฐบาลน่าจะต้องจ่ายคืนภาษีนำเข้ามากกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์
ขณะที่ความคืบหน้าของมาตรการภาษีใหม่ของประธานาธิบดีทรัมป์ ภายใต้ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 2517 เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันอังคาร ในอัตราร้อยละ 10 เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งไปแล้วหลังศาลตัดสิน ก่อนจะเพิ่มเป็นอัตราร้อยละ 15 ในวันต่อมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
