รู้จักเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer ในปฏิบัติการ Epic Fury สงครามอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน

วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา กองทัพอากาศสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลว่ามีการส่งฝูงบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1 Lancer จำนวน 3 ลำ บินตรงจากแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกา โดยใช้การบินแบบไม่หยุดพัก เพื่อโจมตีระยะไกลลึกเข้าไปในดินแดนของอิหร่าน ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่การทำลายศูนย์บัญชาการ คลังกระสุน และกองกำลังพันธมิตรของอิหร่าน
การโจมตีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ Epic Fury (Operation Epic Fury) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในสงครามทางอากาศปี 2026 โดยเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 Lancer ได้บรรทุกระเบิดแบบธรรมดาซึ่งมีน้ำหนักรวมสูงถึง 70,000 ปอนด์ต่อลำเข้าถล่มเป้าหมาย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทางการของสหรัฐฯ ได้ยืนยันกับเว็บไซต์ข่าว Axios ว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดได้ทำการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธเหนือพื้นดิน รวมถึงศูนย์บัญชาการและควบคุมในอิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
บทพิสูจน์การครองความเป็นใหญ่ทางอากาศเหนืออิหร่าน
การปรากฏตัวของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 Lancer เหนือน่านฟ้าอิหร่านถือเป็นนัยสำคัญทางยุทธวิธี เนื่องจาก B-1 Lancer ไม่ใช่เครื่องบินที่มีเทคโนโลยีล่องหน (Stealth) และสามารถถูกตรวจจับได้ง่ายด้วยเรดาร์ การนำเครื่องบินรุ่นนี้มาปฏิบัติการจึงเป็นการยืนยันว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลประสบความสำเร็จในการครองความเป็นใหญ่ทางอากาศ (Air Superiority) เหนืออิหร่านอย่างสมบูรณ์แล้ว
ประสิทธิภาพของ B-1B Lancer
เครื่องบิน B-1 Lancer เป็น เครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงแบบปีกปรับองศาของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มีความเร็วสูงสุดประมาณ Mach 1.2 หรือราว 1,450 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบินไกลราว 12,000 กิโลเมตร โดยไม่เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และทำการบินได้ที่เพดานบินประมาณ 60,000 ฟุต หรือ ราว 18,000 เมตร ตัวเครื่องติดตั้งจุดแขวนและช่องบรรทุกอาวุธภายใน 3 ช่อง รองรับน้ำหนักอาวุธได้มากกว่า 34 ตัน สามารถใช้อาวุธได้หลากหลายทั้งระเบิดนำวิถีความแม่นยำสูงอย่าง JDAM, ระเบิดร่อน JASSM, ระเบิดธรรมดาหลายขนาด รวมถึงทุ่นระเบิดทางอากาศ ปัจจุบันถูกปรับบทบาทเน้นภารกิจโจมตีภาคพื้นดินระยะไกลและสนับสนุนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ทั่วโลก
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ในวันแรกของปฏิบัติการ
สหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินรบล่องหนอย่าง B-2 Spirit และ F-35 เข้าไปทำลายเครือข่ายระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ซับซ้อนของอิหร่าน ทั้งระบบ S-400 และ Bavar-373 จนหมดสิ้น ทำให้กองทัพอากาศสามารถเปลี่ยนผ่านยุทธวิธีจากการพึ่งพาเครื่องบินล่องหนเพียงอย่างเดียว มาเป็นการใช้ B-1 Lancer เป็นรถบรรทุกระเบิดจำนวนมหาศาลเพื่อถล่มเป้าหมายได้อย่างอิสระ
ปฏิบัติการทิ้งระเบิดปูพรมทำลายฐานขีปนาวุธในครั้งนี้ เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ศูนย์กลางการปกครองและฐานทัพที่สำคัญ
ผู้เสียชีวิตจากการระดมโจมตีดังกล่าวรวมถึงผู้นำระดับสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้แก่ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดทางศาสนา, อาลี ชามคานี เลขาธิการสภากลาโหม, พลตรี อะซิซ นาซีร์ซาเดห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก โมฮัมหมัด ปักปูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
แม้เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 Lancer จะเป็นเครื่องบินเก่าที่ถูกพัฒนามาตั้งแต่ยุค 1980 แต่ปัจจุบันได้ถูกนำมาปรับปรุงและใช้งานในฐานะเครื่องบินโจมตีระยะไกลแบบแม่นยำระดับสูง โดยมันจะทำหน้าที่เป็นกำลังหลักทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ต่อไป จนกว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนรุ่นใหม่อย่าง B-21 Raider จะพร้อมเข้าประจำการอย่างเต็มรูปแบบในทศวรรษหน้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
