รีเซต

สยบข่าวลือ ​​​​รัฐบาล ยืนยัน "ไม่ขึ้น VAT 10%" มุ่งนโยบายลดภาระค่าครองชีพประชาชน

สยบข่าวลือ ​​​​รัฐบาล ยืนยัน "ไม่ขึ้น VAT 10%" มุ่งนโยบายลดภาระค่าครองชีพประชาชน
TNN ช่อง16
21 เมษายน 2569 ( 11:01 )
16

รัฐบาล ออกโรง โต้ข่าว ยืนยัน "ไม่ขึ้น VAT 10%" ย้ำเดินหน้านโยบาย ลดภาระค่าครองชีพประชาชน


นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกระแสข่าวจะมีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% นั้น ว่า เป็นข่าวปลอม รัฐบาลมีแต่จะพิจารณามาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนเท่านั้น


ส่วนประเด็นที่มีการวิจารณ์รัฐบาลว่า รัฐบาลข้ามหัวข้าราชการ จะทำการออกพ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้ประคับประคองเศรษฐกิจยามฉุกเฉิน แต่ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังยังไม่ทราบเรื่องนั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เพียงตอบโดยให้ความเห็นทางกฎหมายว่า ถ้าจะออกพ.ร.ก.กู้เงินก็ทำได้ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ คือ เป็นกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เช่น วิกฤตโควิด-19 ก็เคยมีการกู้แบบนี้ ซึ่งไม่ได้มีปัญหาข้อกฎหมาย และเมื่อถูกถามอีกว่า ขณะนี้เข้าเกณฑ์ 172 หรือไม่ นายปกรณ์ ตอบไปว่า สถานการณ์เช่นนี้ถือว่าเข้า เพราะเงินคงคลังเหลือไม่มาก และยังมีผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมไปถึงปีนี้ยังจะมีซุปเปอร์เอลนิโญเกิดขึ้นอีก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผลิตผลทางการเกษตร ดังนั้นจึงต้องมีไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินที่ไม่รู้แน่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นได้อีก


โฆษกรัฐบาล ย้ำว่า การบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลและข้าราชการต้องทำงานร่วมกัน รับฟังกันและกัน การด่วนสรุปว่า มีการตัดสินใจข้ามหัวข้าราชการจึงเป็นความคิดเห็นที่เกินเลย




กมธ.เศรษฐกิจ สว. ถอนวาระศึกษาขึ้น VAT เป็น 10%


นายกัมพล สุภาแพ่ง สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นเรื่องขอถอนวาระการพิจารณา ศึกษาเรื่องแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่า ไม่ได้กลัว ไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่มีเจตนาให้ทุกฝ่ายมีความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะเงินเหล่านี้จะตกไปอยู่กับชนชั้นล่าง


นายกัมพล กล่าวต่อว่า การจัดทำรายงานดังกล่าว เนื่องจากปัญหาการขอขึ้นค่าแรง งบประมาณการดูแลผู้สูงอายุ สาธารณูปโภค สวัสดิการการรักษาพยาบาล ที่ยังไม่มีงบประมาณดำเนินการเพียงพอ จึงมีข้อเสนอแนะให้กมธ.เศรษฐกิจฯศึกษาในเรื่องนี้ ซึ่งได้มีการศึกษาข้อมูลทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคตอย่างครอบคลุม และหลังจากรายงานเสร็จสิ้นก็เตรียมที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา


นายกัมพล กล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับการทำรายงานศึกษาชิ้นนี้ เพราะหากจะต้องนำเงินไปดูแลผู้สูงอายุ ภาครัฐจะต้องหาเงิน และกมธ.ฯได้ให้ข้อเสนอแนะไปว่า จะต้องไม่กระทบกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งในการศึกษาเป็นการเพิ่ม Vat แบบขั้นบันได เช่น ปีละ 1% 3 ปี ก็ 3% โดยเน้นกลุ่มผู้มีรายได้ ขณะเดียวกันวุฒิสภาก็ไม่มีหน้าที่ไปสั่งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้ดำเนินการตามรายงาน เพียงแต่ในอำนาจหน้าที่ของกมธ.ฯ ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะเท่านั้น หากรัฐบาลจะไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร


พร้อมกล่าวย้ำว่า รายงานนี้จะเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ ที่ประเทศมีความพร้อม ประชาชนอยู่ดีกินดีแล้ว เพราะเรื่องนี้ประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งในรายงานมีการศึกษาเปรียบเทียบภาษีของแต่ละประเทศ โดยประเทศเมียนมา Vat อยู่ที่ 5% ประเทศไทย 7% นอกนั้นประเทศในอาเซียนสูงกว่าประเทศไทยทั้งหมด สูงสุด 14 % ยืนยันว่า รายงานการขึ้นภาษีไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) เงินกู้ 5 แสนล้านบาท แต่บังเอิญรายงานฉบับนี้เข้าวาระการประชุมวุฒิสภาในจังหวะที่ไม่ดี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง