น้าพาหลานวัย 13 ปี เข้าแจ้งความ ถูกครูตีเจ็บหนัก โวย ร.ร.ไม่รับผิดชอบ ระบุเป็นกฎที่ต้องตี

น้าพาหลานวัย 13 ปี เข้าแจ้งความ ถูกครูตีเจ็บหนัก โวย ร.ร.ไม่รับผิดชอบ ระบุเป็นกฎที่ต้องตี
มติชน
15 ธันวาคม 2563 ( 16:31 )
34
น้าพาหลานวัย 13 ปี เข้าแจ้งความ ถูกครูตีเจ็บหนัก โวย ร.ร.ไม่รับผิดชอบ ระบุเป็นกฎที่ต้องตี

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 ธันวาคม ที่ สภ.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ พ.ต.ท.วรยุทธ ฟ่องสุทธิพิทักธิ์ สารวัตรสอบสวน สภ.อ่าวนาง รับแจ้งความจากนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี บ้านอยู่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ว่าหลานสาวซึ่งได้เดินทางมาด้วยกันชื่อ เด็กหญิงบี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ถูกครูโรงเรียนสอนศาสนาแห่งหนึ่งที่หมู่ 1 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ทำโทษด้วยการตีจนบาดเจ็บ และเด็กเกิดอาการผวา พร้อมทั้งโชว์บาดแผลที่เกิดจากการตีที่น่องทั้ง 2 ข้างให้ทางตำรวจบันทึกภาพไว้ ซึ่งทาง พ.ต.อ.อภิชาติ จินาเพ็ญ ผกก.สภ.อ่าวนาง ได้เข้าร่วมสอบปากคำเบื้องต้นกับผู้เสียหายทั้งสองคน

 

โดยเด็กหญิงบีให้การว่า วันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ตนเองพร้อมเพื่อนร่วม 20 คน ซึ่งเรียนชั้น ม.1 ในโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ ได้ถูกครูผู้หญิงที่คุมหอพักทำโทษด้วยการใช้ไม้ตีที่น่อง 3 ครั้ง และที่ก้น 2 ครั้ง ซึ่งตีอย่างรุนแรงมากจนมีบาดแผลช้ำเลือดจนผ่านมาวันนี้ก็ยังไม่หาย ยังช้ำเลือดอยู่ ส่วนเพื่อนก็บาดเจ็บไปหลายคน ทำให้ตนรับไม่ได้กับการทำโทษดังกล่าว และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว

 

ด้านนางสาวเอ น้าสาวของเด็กหญิงบี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนได้โทรแจ้งพ่อแม่ของน้อง ซึ่งเป็นพี่สาวของตน ทำงานอยู่ที่ กทม. ทางพ่อบอกให้ตนไปสอบถามถึงเหตุผล แต่ทางโรงเรียน โดย ผอ.โรงเรียนได้บอกกับตนว่า การทำโทษดังกล่าวถูกต้องแล้ว หากรับไม่ได้ก็ให้ย้ายออกไป ตนจึงต้องนำเด็กมาแจ้งความเพราะถือว่าโรงเรียนไม่รับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นเลย และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ก็ถูกทำโทษตีแบบนี้เพราะเด็กใส่กางเกงขายาว และหลังจากนี้ก็จะย้ายเด็กไปเรียนที่อื่นต่อไป

 

ขณะที่ พ.ต.ท.วรยุทธ ฟ่องสุทธิพิทักธิ์ สารวัตรสอบสวน สภ.อ่าวนาง เจ้าของคดี กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำและทำเรื่องส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่ รพ.กระบี่ เนื่องจากยังมีบาดแผลอยู่แม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว หลังจากนั้นก็จะเรียกทางโรงเรียนให้มารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากมีความผิดตามมาตรา 295 ความผิดต่อร่างกายผู้อื่น ซึ่งมีโทษต้องระวางโทษไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตาม พ.ร.บ.การศึกษาด้วย ส่วนทางโรงเรียนครูที่กระทำต่อเด็กนั้นจะปฏิเสธหรือยอมรับก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง