ญี่ปุ่นหนีจีน? ปิดกิจการพุ่ง 4,100 บริษัท สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ญี่ปุ่นทยอยถอนฐานธุรกิจออกจากจีนหนักสุดในรอบ 2 ปี ปิดกิจการกว่า 4,100 แห่ง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก
ข้อมูลล่าสุดจาก Teikoku Databank เปิดเผยว่า ณ เดือนมิถุนายน 2569 บริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในจีนเหลือเพียง 10,118 แห่ง ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2553 โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทญี่ปุ่นถอนตัวหรือปิดกิจการไปสูงถึง 4,137 แห่ง ขณะที่มีบริษัทใหม่เข้าไปลงทุนเพียง 1,221 แห่ง สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่จากยุคที่เคยพึ่งพาจีนอย่างหนัก สู่การบริหารความเสี่ยงภายใต้กลยุทธ์ "China Plus..."
การถอยทัพครั้งนี้มาจากหลายปัจจัยสำคัญ เริ่มจากเศรษฐกิจจีนที่เติบโตช้าลง โดย IMF คาดยอดเติบโตปี 2569 อยู่ที่ 4.6% ประกอบกับกำลังซื้อภายในประเทศที่หดตัว ตลาดอสังหาริมทรัพย์อ่อนแรง และปัญหาเงินเฟ้อต่ำ ขณะเดียวกัน บริษัทจีนในประเทศก็มีการพัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัดจนกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญ โดยผลสำรวจจาก JETRO ระบุว่า 74.5% ของบริษัทญี่ปุ่นมองว่าบริษัทจีนคือคู่แข่งอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม EV แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีไฮเทค
อีกหนึ่งปัจจัยเร่งคือสงครามการค้าและกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ ทำให้บริษัทญี่ปุ่นที่ใช้จีนเป็นฐานส่งออกได้รับผลกระทบด้านต้นทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น กรณีไต้หวัน และมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากจากจีน ส่งผลให้ความไม่แน่นอนกลายเป็นความปกติใหม่
แม้หลายบริษัทจะเลือกกระจายความเสี่ยงไปยังฐานการผลิตอื่นๆ ในเอเชีย เช่น ไทย อินเดีย และอินโดนีเซีย แต่สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า จีนไม่ใช่คำตอบเดียวของภาคธุรกิจอีกต่อไป และความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
