ด่วน! เปิดลงทะเบียน 4 วัน รับเงินช่วยภาคขนส่ง 3 กลุ่ม

เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและผลกระทบจากภาวะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยครอบคลุมกลุ่มผู้ให้บริการขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทุกประเภท(ดีเซล/เบนซินล้วน) ทั้งกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ กลุ่มรถรับจ้าง (รถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ) และกลุ่มรถบรรทุก (รถขนส่งสินค้าไม่ประจำทาง ทั้งขนาด 10 ล้อขึ้นไป และน้อยกว่า 10 ล้อ)
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิตั้งแต่วันที่ 16 – 19 เมษายน 2569 โดยผู้ประกอบการและผู้ขับรถสามารถเลือกดำเนินการได้ 2 ช่องทาง คือ
1. ช่องทาง Online: ผ่านเว็บไซต์ https://tss.dlt.go.th/ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
2. ช่องทาง Walk-in: ณ อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ ในเวลาทำการ (08.30 – 16.30 น.)
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลประชาชนที่เดินทางมาลงทะเบียนให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วที่สุด พร้อมเชิญชวนผู้ที่มีสิทธิตามเงื่อนไขเร่งลงทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อมูลการเดินรถผ่านระบบ GPS และรับเงินช่วยเหลือผ่านระบบพร้อมเพย์ต่อไป
โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิช่วยเหลือแบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้
กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ
1.รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง (รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร) ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 5,040 บาทต่อคัน โดยต้องมีระชะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบกตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
2.รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 4 ในเขตกรุงเทพมหานคร (รถมินิบัส รถตู้โดยสารและรถโดยสารสองแถว) ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 5,040 บาทต่อค้น โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก หรือแอปพลิเคชั้น DLT GPS-NOTICE ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
3.รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 2 (รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร) ให้การช่วยเหลือตามจำนวนระยะทางที่ให้บริการขนส่งสาธารณะตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก จำนวนเงิน 2 บาทต่อกิโลเมตร สูงสุดไม่เกิน 700 บาทต่อวันต่อค้น
4.รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 3 (รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร) ให้การช่วยเหลือตามจำนวนระยะทางที่ให้บริการขนส่งสาธารณะตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก จำนวนเงิน 2 บาทต่อกิโลเมตร สูงสุดไม่เกิน 500 บาทต่อวันต่อคัน
5.รถโดยสารไม่ประจำทาง ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย ดังนี้
(1) รถบัส จำนวนเงิน 5,000 บาทต่อคัน
(2) รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร จำนวนเงิน 3,600 บาทต่อคัน
ทั้งนี้ กรณีเป็นรถที่นำไปใช้เพื่อการท่องเที่ยวหรือนำไปใช้เพื่อรับเหมาทั่วไป ต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร กรณีเป็นรถที่นำไปใช้เพื่อรับส่งพนักงาน
ต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 1,500 กิโลเมตร
กลุ่มรถบรรทุกรับจ้างขนส่งสินค้าไม่ประจำทาง
1.รถตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 6,000 บาทต่อค้น โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบกตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 4,000 กิโลเมตร
2.รถน้อยกว่า 10 ล้อ ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 3,000 บาทต่อคัน โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
กลุ่มรถรับจ้าง (รถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะ)
1.รถแท็กซี่ ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 5,040 บาทต่อค้น โดยต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE และต้องเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE ตลอด ระยะเวลาที่ทำการรับจ้าง โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
เอกสารหลักฐาน
- ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภท ชนิดที่ 1 - 4 ที่ไม่สิ้นอายุ
- บัตรประจำตัวคนขับรถแท็กซี่ (บัตรเหลือง)
- นิติบุคคล/สหกรณ์ : หนังสือรับรองการจดทะเบียน (ไม่เกิน 90 วัน) / ใบสำคัญรับจดทะเบียนสหกรณ์
- หนังสือรับรองการเป็นผู้ขับรถของนิติบุคคลหรือสหกรณ์
- เลขประจำตัวประชาชน/ผู้เสียภาษี ที่ลงทะเบียนพร้อมเพย์
2.รถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 840 บาทต่อคัน
เงื่อนไขการได้รับสิทธิช่วยเหลือ เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 เมษาขน 2569 และสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 (รวม 42 วัน)
เอกสารหลักฐาน
- ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ไม่สิ้นอายุ
- สำหรับวิน : บัตรข้อมูลประจำตัวคนขับรถ (บัตรเหลืองวิน)
- สำหรับวินแอป : ภาพถ่ายหน้าจอแอปพลิเคชันที่แสดงหมายเลขประจำตัวผู้ขับรถและทะเบียนรถ
- เลขประจำตัวประชาชน/ผู้เสียภาษี ที่ลงทะเบียนพร้อมเพย์
รถที่ขอรับสิทธิต้อง
- ชำระภาษีประจำปีครบถ้วนถูกต้อง
- ไม่อยู่ระหว่างแจ้งเลิกใช้รถ หยุดใช้รถชั่วคราว หรือทะเบียนรถเป็นอันระงับ
- เป็นรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เท่านั้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
