กนอ.ร่วมถก บกปภ.ช. ป้องกันอุทกภัยกทม.-ปริมณฑล พร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำรับมือได้ 71,000 ลบ.ม./ชม.

กนอ.ร่วมถก บกปภ.ช. ป้องกันอุทกภัยกทม.-ปริมณฑล พร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำรับมือได้ 71,000 ลบ.ม./ชม.
ข่าวสด
17 กันยายน 2564 ( 15:59 )
13
กนอ.ร่วมถก บกปภ.ช. ป้องกันอุทกภัยกทม.-ปริมณฑล พร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำรับมือได้ 71,000 ลบ.ม./ชม.

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามและเตรียมการป้องกัน แก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ที่มีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธาน ว่า กนอ. ได้รับมอบหมายให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงมรสุมที่ต้องประเมินศักยภาพในการรับมือและแก้ปัญหา หากมีพื้นที่ใดที่มีปัญหา ต้องการรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ให้รีบประสานสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานจังหวัดเป็นหลัก เพื่อติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม รับผิดชอบการบริหารสูบน้ำออกจากพื้นที่ตนเอง ส่วนรอบนอกให้กรมชลประทานกับ สทนช. ดำเนินการ

 

 

 

 

โดยที่ประชุมย้ำให้หน่วยงานภาครัฐต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนในการเตรียมการรับมือ โดยเฉพาะหากมีมรสุมต้องเตรียมการรับมืออย่างไรให้รีบสื่อสารให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจ ไม่ตื่นตระหนก และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งล่าสุด กนอ. ได้ทำหนังสือถึงกรมชลประทาน เพื่อขอการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ 31 ชุด ความสามารถในการสูบน้ำรวม 71,000 ลบ.ม./ชั่วโมง เพื่อติดตั้งในนิคมอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงจะเกิดน้ำท่วม

 

 

“นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นแหล่งผลิตสินค้าภายในประเทศและสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูง แต่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติอย่างจำกัด เมื่อสภาพเหตุการณ์มีความรุนแรงสูงเกินกว่าที่ได้วางแผนไว้ ก็จะมีปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น ฝนที่ตกในนิคมอุตสาหกรรมบางปู เมื่อวันที่ 28-29 ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมขัง 3 วัน ทำให้เกิดมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 1,000 ล้านบาท กนอ. จึงมีการปรับแผนบริหารความเสี่ยงและดำเนินการป้องกันเร่งด่วน เช่น การตั้งกำแพงกั้นน้ำชั่วคราวในบางพื้นที่ การทำความสะอาดคูคลอง และคอยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่”ผู้ว่าการ กนอ. กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง