รีเซต

เสียงสะท้อนวิกฤตธรรมชาติ คนไทยกลัว “น้ำท่วม-ดินถล่ม” แต่ยังเชื่อมั่นระบบเตือนภัย

เสียงสะท้อนวิกฤตธรรมชาติ คนไทยกลัว “น้ำท่วม-ดินถล่ม” แต่ยังเชื่อมั่นระบบเตือนภัย
TNN ช่อง16
11 กันยายน 2569 ( 12:21 )
9

“เสียงประชาชนต่อภัยใกล้ตัวและความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน”

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อภัยใกล้ตัวและความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน 

 การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 37 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 4-7 ก.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ ท่านกังวลว่าจะเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินใดมากที่สุด? (สำรวจโดย x LineToday)                          

  • 27.3% กังวลน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มมากที่สุด 
  • 17.3% กังวลไฟไหม้บ้านเรือนหรือชุมชน
  • 17.0% กังวลแผ่นดินไหว ดินทรุด หรืออาคารถล่ม 
  • 11.4% กังวลพายุ ลมแรง หรือฟ้าผ่า
  •  7.5% กังวลเหตุจากโรงงาน เช่น ไฟไหม้ ระเบิด หรือสารเคมีรั่วไหล

ซึ่งเท่ากับกลุ่มที่ไม่มี/ไม่กังวลเรื่องใดเป็นพิเศษ

  • 6.8% กังวลอุบัติเหตุใหญ่บนท้องถนนหรือระบบขนส่ง
  • 2.8% กังวลไฟป่าหรือหมอกควัน
  • 2.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

แม้น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มจะเป็นความกังวลอันดับแรก แต่ไฟไหม้บ้านเรือนและเหตุเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ดินทรุด หรืออาคารถล่มก็ได้รับความสนใจในสัดส่วนที่ไม่น้อย การเตรียมการรับมือจึงควรครอบคลุมทั้งภัยธรรมชาติและเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับอาคาร ชุมชน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

2. ต่างพื้นที่ ต่างความกังวล ต่างความพร้อม: คนใต้กว่า 2 ใน 3 ห่วงน้ำท่วม คนกรุงห่วงอาคารถล่ม -4 ภูมิภาคมองชุมชนพร้อมมาก ส่วน กทม. และตะวันออกพร้อมปานกลาง

  • กรุงเทพมหานคร: 40.6% กังวลแผ่นดินไหว ดินทรุด หรืออาคารถล่มมากที่สุด ขณะที่ 52.4% ประเมินว่าชุมชนมีความพร้อมรับมือในระดับปานกลาง 
  • ภาคกลาง: 36.7% กังวลน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มมากที่สุด ขณะที่ 44.5% ประเมินว่าชุมชนมีความพร้อมรับมือในระดับมาก 
  • ภาคตะวันออก: 36.3% กังวลพายุ ลมแรง หรือฟ้าผ่ามากที่สุด ขณะที่ 45.7% ประเมินว่าชุมชนมีความพร้อมรับมือในระดับปานกลาง 
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: 34.6% กังวลน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มมากที่สุด ขณะที่ 33.3% ประเมินว่าชุมชนมีความพร้อมรับมือในระดับมาก 
  • ภาคเหนือ: 32.0% กังวลน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มมากที่สุด ขณะที่ 40.7% ประเมินว่าชุมชนมีความพร้อมรับมือในระดับมาก 
  • ภาคใต้: 67.5% กังวลน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มมากที่สุด ขณะที่ 39.0% ประเมินว่าชุมชนมีความพร้อมรับมือในระดับมาก

ความกังวลต่อภัยแตกต่างกันตามพื้นที่ โดยในภูมิภาคส่วนใหญ่ น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มเป็นความกังวลอันดับแรก โดยเฉพาะภาคใต้ ขณะที่กรุงเทพมหานครกังวลแผ่นดินไหว ดินทรุด หรืออาคารถล่มมากที่สุด ส่วนด้านความพร้อมส่วนใหญ่พร้อมมาก ยกเว้น กรุงเทพมหานครและภาคตะวันออก ดังนั้น การเตรียมรับมือจึงควรพิจารณาทั้งภัยที่ประชาชนกังวลและข้อจำกัดของชุมชน ควบคู่กับการตรวจสอบความเสี่ยงและความพร้อมจริง


3. เกือบครึ่งยังไม่มั่นใจ จะได้รับคำเตือนภัยถูกต้องและทันเวลา

  • 49.6% มั่นใจว่าจะได้รับข้อมูลแจ้งเตือนที่ถูกต้องและทันท่วงที
  • 47.1% รู้สึกไม่มั่นใจ
  • 3.3% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น

สัดส่วนผู้ที่มั่นใจและไม่มั่นใจใกล้เคียงกัน สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นต่อการแจ้งเตือนยังเป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องพัฒนา ทั้งการระบุแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การแจ้งเตือนให้ทันสถานการณ์ และการบอกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน

4. “สื่อออนไลน์” นำ “Cell Broadcast” ช่องทางเตือนภัยที่ประชาชนเชื่อว่าเร็วที่สุด

  • 26.2% เลือกสื่อออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน เช่น LINE, Facebook หรือ Thai Disaster Alert 
  • 22.2% เลือก Cell Broadcast หรือข้อความเตือนภัยที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ
  • 16.3% เลือกหอกระจายข่าวในชุมชน
  • 13.9% เลือกการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัคร
  • 10.9% เลือกข้อความ SMS
  • 5.1% เลือกหอเตือนภัยหรือเสียงสัญญาณเตือนภัย
  • 2.9% เลือกโทรทัศน์หรือวิทยุ 
  • 2.5% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

ช่องทางดิจิทัลเด่นด้านความรวดเร็วในสายตาประชาชน แต่หอกระจายข่าวและบุคลากรในชุมชนยังมีบทบาทสำคัญ จึงควรใช้หลายช่องทางร่วมกัน โดยสื่อสารข้อมูลที่ตรงกันและช่วยให้ประชาชนเข้าใจวิธีปฏิบัติ

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 37

ผลสำรวจสะท้อนว่า ความกังวลต่อภัยและการประเมินความพร้อมของชุมชนแตกต่างกันตามพื้นที่ ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อการแจ้งเตือนยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องพัฒนา ภาครัฐจึงควรนำเสียงสะท้อนของประชาชนมาพิจารณาควบคู่กับข้อมูลความเสี่ยงและความพร้อมจริง เพื่อวางแผนและจัดสรรบุคลากร อุปกรณ์ และระบบช่วยเหลือให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนผ่านทั้งช่องทางดิจิทัลและเครือข่ายชุมชนด้วยข้อมูลที่สอดคล้องกัน ถูกต้อง ทันเวลา และระบุวิธีปฏิบัติชัดเจน โดยคำนึงถึงผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้จำกัด 

ควบคู่กับการส่งเสริมให้ท้องถิ่นและประชาชนร่วมจัดทำแผนและฝึกซ้อม เพื่อให้รู้จุดปลอดภัย เส้นทางอพยพ และช่องทางขอความช่วยเหลือ รวมทั้งกำหนดผู้รับผิดชอบและขั้นตอนประสานงานให้ชัดเจน และนำข้อจำกัดที่พบจากการฝึกซ้อมมาปรับปรุง เพื่อให้คำเตือนเชื่อมไปสู่การปฏิบัติและการช่วยเหลือได้จริงเมื่อเกิดเหตุ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง