ทำไมสหรัฐฯ ต้องช่วยญี่ปุ่นพยุง “เงินเยน” อ่อนค่าหนักกระทบใคร?

ไขปริศนา! ทำไมสหรัฐฯ ต้องออกโรงช่วยญี่ปุ่น พยุง "เงินเยน" อ่อนค่าหนัก
วิกฤตค่าเงินเยนที่ผันผวนและอ่อนค่าอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ไม่ได้กระทบแค่ญี่ปุ่น แต่ยังสะเทือนไปถึงมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จนต้องยื่นมือเข้ามาช่วยแทรกแซงตลาดเงินอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนัก
ทำไมเงินเยนถึงอ่อนค่าต่อเนื่อง?สาเหตุสำคัญมาจาก "ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย" ระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เมื่อสหรัฐฯ คงดอกเบี้ยสูงแต่นำเสนอผลตอบแทนที่จูงใจ ในขณะที่ญี่ปุ่นยังมีต้นทุนการกู้ยืมต่ำ นักลงทุนจึงเกิดกลยุทธ์ Carry Trade หรือการกู้เงินเยนที่มีต้นทุนต่ำไปแลกเป็นดอลลาร์เพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แรงขายเยนและซื้อดอลลาร์ที่มหาศาลจึงกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าลงเรื่อยๆ
ญี่ปุ่นทุ่มเงินแทรกแซง แต่ทำได้แค่ซื้อเวลาทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินโดยใช้เงินไปมหาศาลกว่า 15 ล้านล้านเยน (ราว 9.65 หมื่นล้านดอลลาร์) ทว่าการกว้านซื้อเงินเยนก็ช่วยชะลอการอ่อนค่าได้เพียงระยะสั้นตราบใดที่ส่วนต่างดอกเบี้ยยังคงเดิม
เหตุผลที่สหรัฐฯ ต้องยื่นมือเข้าช่วยสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งเงินให้ตรงๆ แต่ช่วยเสริมแรงด้วยการใช้เงินสำรองจากกองทุน Exchange Stabilization Fund ขายยูโรมาเข้าซื้อเยน พร้อมประสานงานกับเฟด (Fed) เพื่อส่งสัญญาณเตือนตลาด
สาเหตุที่สหรัฐฯ ต้องช่วย ไม่ใช่เพียงเพราะมิตรภาพ แต่เป็นการ "ปกป้องตนเอง" เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่ หากญี่ปุ่นต้องดึงเงินกลับไปพยุงค่าเงินจนต้องเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ จะส่งผลให้ราคาพันธบัตรร่วง อัตราผลตอบแทน (Yield) พุ่งสูง และดันต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลสหรัฐฯ ให้สูงขึ้นตามไปด้วย
ใครได้-ใครเสีย และบทสรุปของเกมนี้แม้เงินเยนอ่อนค่าจะช่วยส่งเสริมภาคการส่งออกของญี่ปุ่น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนการนำเข้าพลังงานและอาหารที่แพงขึ้น จนกลายเป็นภาระค่าครองชีพของประชาชน ญี่ปุ่นจึงเหลืออาวุธเพียงการแทรกแซงตลาดเงินที่ต้องสูญเสียทุนสำรอง หรือการขึ้นดอกเบี้ยซึ่งอาจกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจ
สุดยอดเกมการเงินครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องภายในของญี่ปุ่น แต่เป็นการจับมือกันระหว่างกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อรักษาเสถียรภาพและป้องกันไม่ให้แรงกระแทกจากเงินเยนลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตการเงินโลก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
