รีเซต

หมอเผยเคส "สูบบุหรี่" ตั้งแต่ ม.3 สุดท้ายป่วย "มะเร็งปอด" ตอนอายุ 30 ปี บทเรียนราคาแพงในวัยกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว

หมอเผยเคส "สูบบุหรี่" ตั้งแต่ ม.3 สุดท้ายป่วย "มะเร็งปอด" ตอนอายุ 30 ปี บทเรียนราคาแพงในวัยกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว
TNN ช่อง16
23 กันยายน 2569 ( 22:42 )
26

เพจ เฟซบุ๊ก "เรียนหมอ by หมอแกว หมอแนต" ของ “หมอแกว” พญ.อรวรรณ วงศ์สมบัติ และ “หมอแนต” นพ.ธนากร วงศ์สมบัติ ได้ให้ความรู้โดยระบุว่า


สูบบุหรี่ตั้งแต่ ม.3 เพื่อมาป่วยเป็นมะเร็งปอดตอนอายุ 30 

อายุที่กำลังสร้างชีวิต สร้างครอบครัว สร้างอนาคต แต่กลับต้องเอาเวลามาสู้กับโรค 

เด็ก ๆ หรือใครที่กำลังสูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ธรรมดา หยุดได้ หยุดเลย หมอเตือนจริงๆ  

อย่าเอาสุขภาพของเรา ไปแลกกับความเท่ไม่กี่นาทีนะเด็กๆ

บุหรี่ไม่ได้ทำให้หล่อขึ้น ไม่ได้ทำให้ดูโตขึ้น และไม่ได้ทำให้ใครยอมรับเรามากขึ้น

ไปหาความภูมิใจจากอย่างอื่นดีกว่า ตั้งใจเรียน เล่นกีฬา ทำงาน หาเงิน ดูแลพ่อแม่

สร้างชีวิตที่ตัวเองภูมิใจ 

เพราะตอนปลายทางของโรคนี้ มันทรมานมากจริง ๆ  

หมอเห็นคนไข้มาเยอะ หลายคนพูดเหมือนกันตอนเจ็บหนักว่า

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่สูบเลย”

แต่ปัญหาคือ เวลา มันย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว


อย่าให้วันหนึ่งต้องมานั่งเสียดายชีวิต เสียดายสุขภาพ  และสงสารคนที่รักเรา ที่ต้องเจ็บไปพร้อมกับเรา

เลิกวันนี้ ยังไม่สาย

"มะเร็งปอด" เป็นโรคมะเร็งอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตของประชากรทั่วโลก

สำหรับ "มะเร็งปอด" เป็นโรคมะเร็งอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตของประชากรทั่วโลกและเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่อมะเร็งมีอาการลุกลาม ทำให้ผลการรักษาไม่ค่อยดีนัก แต่หากผู้ป่วยได้รับการรักษาในระยะแรกๆ ของโรค ผลการรักษาจะดีกว่ามากและมีโอกาสหายขาดได้ ดังนั้นการตรวจพบโรคมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและการรักษาอย่างทันท่วงทีจึงมีความสำคัญ นอกจากนี้ วิทยาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและพัฒนามากขึ้น ทำให้การรักษามะเร็งปอดในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนน้อยลง จึงส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปอด

1. บุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งปอด การสูบบุหรี่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเซลล์หลอดลม ทำให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งได้ ผู้ที่สูบบุหรี่จัดมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่กว่า 10 เท่า ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำจะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปอย่างน้อย 2 เท่า หากผู้ที่สูบบุหรี่จัดหยุดสูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดลดลงเรื่อย ๆ แต่กว่าจะลดลงจนเท่าคนที่ไม่สูบบุหรี่จะต้องใช้เวลากว่า 10 ปี


2. สารพิษ การสัมผัสสารแอสเบสตอส หรือแร่ใยหินซึ่งมักนำมาใช้ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ เช่น ฉนวนกันความร้อน ผ้าเบรค คลัช การก่อสร้าง โครงสร้างอาคาร อุตสาหกรรมสิ่งทอ เหมืองแร่ สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า นอกจากนี้ยังทำให้เกิดมะเร็งเยื่อหุ้มปอดได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สูบบุหรี่ร่วมด้วย จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปถึง 90 เท่า นอกจากนี้สารอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด ได้แก่ สารหนู นิกเกิล โครเมียม และมลภาวะในอากาศ เช่น PM 2.5


3. โรคปอด ผู้ที่เคยมีรอยแผลเป็นของโรคที่ปอด เช่น เคยเป็นวัณโรคปอดหรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง มีโอกาสเกิดมะเร็งปอดสูงกว่าบุคคลทั่วไป


4. ประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งปอดจะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดสูงขึ้นกว่าบุคคลทั่วไป


5. ปัจจัยอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น การใช้ยาเสพติดบางประเภท เช่น โคเคน และภาวะขาดวิตามินเอ เป็นต้น

อาการของโรคมะเร็งปอด

ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอดมีจำนวนมากที่ไม่มีอาการ อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยมะเร็งปอดอาจมีอาการดังนี้

1. อาการของระบบทางเดินหายใจ

-ไอเรื้อรัง อาจมีหรือไม่มีเสมหะก็ได้

-ไอเป็นเลือด

-หอบเหนื่อย หายใจลำบาก เนื่องจากก้อนมะเร็งโตขึ้น ทำให้เนื้อที่ปอดสำหรับหายใจเหลือน้อยลง หรือ ก้อนมะเร็งนั้นกดเบียดหลอดลม

-เจ็บหน้าอกเวลาหายใจ

-ปอดอักเสบ มีไข้

-แต่อาการเหล่านี้ อาจเกิดจากโรคอื่น ๆ ของปอดได้เช่นกัน จึงไม่ใช่อาการของมะเร็งปอดเสมอไป


2. อาการของระบบอื่น ๆ

-เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

-บวมที่หน้า แขน คอ และทรวงอกส่วนบนเนื่องจากมีเลือดดำคั่ง

-เสียงแหบ เพราะมะเร็งลุกลามไปยังเส้นประสาทบริเวณกล่องเสียง

-ปวดกระดูก

-กลืนลำบาก เนื่องจากก้อนมะเร็งกดเบียดหลอดอาหาร

-อัมพาต แขน-ขาอ่อนแรง หรือปวดศีรษะ เนื่องจากมะเร็งแพร่กระจายไปยังสมองหรือไขสันหลัง

-มีตุ่มหรือก้อนขึ้นตามผิวหนัง


ซึ่งอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่โรคมะเร็งปอดเช่นกัน ผู้ที่มีอาการดังกล่าวข้างต้นควรได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่นด้วย


ข้อมูลจาก เพจ เฟซบุ๊ก "เรียนหมอ by หมอแกว หมอแนต" 

https://www.facebook.com/photo?fbid=1670104358458350&set=a.221891216613012

ข้อมูลจาก  ผศ.ดร. นพ.ลักษมันต์ ธรรมลิขิตกุล โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

 https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/lung-cancer


ข่าวที่เกี่ยวข้อง