รีเซต

'ประกิต' ชี้ GDP ไตรมาสแรกโตทะลุเป้า 2.8% แนะถือเงินสด-ลุยหุ้นแบงก์ รับมือบอนด์ยีลด์พุ่ง

'ประกิต' ชี้ GDP ไตรมาสแรกโตทะลุเป้า 2.8% แนะถือเงินสด-ลุยหุ้นแบงก์ รับมือบอนด์ยีลด์พุ่ง
TNN ช่อง16
19 พฤษภาคม 2569 ( 11:05 )
9

คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ถึงทิศทางเศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุน โดยระบุว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยในไตรมาสแรกที่ 2.8% ถือว่าเติบโตได้ดีและเซอร์ไพรส์ตลาด จากเดิมที่คาดการณ์ไว้เพียง 2.3-2.5%

คาด GDP ช่วงที่เหลือของปีชะลอตัว - จับตา พ.ร.ก. 4 แสนล้าน

คุณประกิต ประเมินว่านักลงทุนต้องเตรียมรับมือกับการเติบโตที่อาจแผ่วลงในไตรมาสถัดๆ ไป โดยอ้างอิงข้อมูลจากบลูมเบิร์ก คาดว่าไตรมาส 2 จะขยายตัวต่ำที่ระดับ 1.3% ไตรมาส 3 ที่ 1.6% และไตรมาส 4 อาจเหลือเพียง 0.1% ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีอาจขยายตัวที่ 1.5-2% ขณะที่สภาพัฒน์ประเมินตัวเลขไว้ค่อนข้างบวกที่ 2%

เมื่อวิเคราะห์ถึงปัจจัยขับเคลื่อน นายประกิตระบุว่า แม้เดือนมกราคมจะเป็นช่วงสูญญากาศจากการเลือกตั้ง (8 กุมภาพันธ์) ที่รัฐบาลทำได้เพียงประคองสถานการณ์ และเดือนมีนาคมมีปัจจัยกดดันจากสงครามสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน รวมถึงราคาพลังงานที่แพงขึ้น แต่ GDP ยังเติบโตได้ ซึ่งถูกชดเชยด้วยการทำงานที่เต็มเวลามากขึ้น โดยมีตัวผลักดันหลักคือการลงทุน (Investment) ทั้งจากภาครัฐและเอกชน

ส่วนประเด็น "พ.ร.ก. 4 แสนล้าน" ที่มีการคาดการณ์ว่าจะช่วยหนุน GDP ได้อีกประมาณ 0.4-0.5% นั้น นายประกิตระบุว่ายังต้องรอดูวัตถุประสงค์ในการใช้งานและจำนวนเงินกู้ที่แท้จริง โดยปัจจุบันเรื่องดังกล่าวยังอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ผันผวนสูง คาดเดายาก

ในด้านสถานการณ์ต่างประเทศ นายประกิตมองว่ายังคงมีความไม่แน่นอนสูงและมีความสุ่มเสี่ยง โดยมีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังคือ การที่ยูเครนใช้โดรนกว่า 600 ลำ ถล่มโรงกลั่นและท่อส่งน้ำมันรอบกรุงมอสโก ซึ่งตามหลักควรจะกดดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้น แต่ดัชนีตลาดหุ้นรัสเซียกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงคาดเดาไม่ได้ หลังจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เพื่อยุติสถานการณ์ชั่วคราว โดยอ้างว่าอิหร่านได้ส่งเงื่อนไขใหม่ไปยังปากีสถาน ซึ่งท่าทีดังกล่าวถูกมองว่าอาจเป็นไปเพื่อการปั่นหุ้น ในขณะเดียวกัน การประชุมอย่างเคร่งเครียดของเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ก็สะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจมีการยกระดับความรุนแรงในอนาคต

แนะลดพอร์ต ถือเงินสด และเลือกลงทุนกลุ่มธนาคาร

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ปัจจัยกดดันสำคัญคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงทั่วโลก ทั้งในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และไทย ซึ่งจะกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท

คุณประกิตจึงแนะนำให้ "ลดพอร์ตการลงทุน" และเน้น "ถือครองเงินสด" เป็นหลัก สำหรับทองคำ แนะนำว่าหากไม่มีสถานะถือครองอยู่ถือว่าดี ส่วนน้ำมันควรมีไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) สำหรับการลงทุนในหุ้น แนะนำให้เลือกเพียงบางตัวเท่านั้น โดยกลุ่มที่ได้เปรียบและเป็นผู้ชนะในภาวะบอนด์ยีลด์สูงคือ "หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์" ในส่วนของการลงทุนในตราสารหนี้หรือพันธบัตร แม้ระยะยาวจะมีโอกาสได้ราคาดี แต่ในระยะสั้นยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงและเฝ้าดูสถานการณ์ไปก่อน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง